Cos' we are " Forever Friends "
[ Write Message | Back to Forever Friends ]
Name: GumPZicO
Comments:.....
Thursday, October 16th 2008 - 12:23:34 PM
Name: GumPZicO
Comments:.....
Thursday, October 16th 2008 - 12:23:28 PM
Name: GumPZicO
Comments:TEST
TEST
TEST
Thursday, October 16th 2008 - 12:21:34 PM
Name: GumPZicO
Comments:TEST
TEST
TEST
Thursday, October 16th 2008 - 12:21:22 PM
Name: ป่าน
Comments:ยังเข้ามาอยู่ แต่ไม่เห็นมีใครเขียนไรเลยวะ
Birthday เว้ย บิว
Wednesday, June 11th 2008 - 11:38:12 AM
Name: Bew
Comments:ยังมีเพื่อนๆเข้ามาเยี่ยมอีกไหมเนี่ย เจ้าของบอร์ดไม่มาอัพเดทอะไรเลยอ่ะ คิดถึงเพื่อนๆทุกคน...เมื่อไหร่จะมีโปรแกรมไปเที่ยวกันอีก
Tuesday, June 3rd 2008 - 02:45:42 PM
Name: que sera sera
Comments:หวัดดี พี่โก้
เป็นไงบ้างหละ สบายดีมั๊ย หวังว่าคงสบายดีนะ คิดถึง ว่าง ๆ เลยเซิทหาใน google พอดีเจอ ก้อเลยคิดว่าน่าจะสบายดี พี่สาวและก้อพี่ชายเราเป็นยังไงบ้าง หวังว่าทุกคนคงจะสบายดีกันนะ คิดถึงทุก ๆ คน
จากคนไกล
Tuesday, February 19th 2008 - 04:05:35 AM
Name: บิว
Comments:ไม่ได้แวะมานาน บอร์ดนี้คงไม่มีเพื่อนๆเข้ามาแล้วมั่งชา ร้านเน็ทประกาศเซ้งแล้วนะเพื่อนๆ
Thursday, October 25th 2007 - 03:34:20 PM
Name: Cha
Comments:คิดถึง เพื่อนๆ ทุกคน

รักกันให้มากๆ นะ...
Thursday, March 22nd 2007 - 08:48:07 PM
Name: ป่าน
Comments:ขอบคุณ และขอบใจเพื่อนๆ ทุกคน มากๆ
Monday, January 29th 2007 - 09:27:07 AM
Name: Cha
Comments:ยินดีกับเพื่อนป่านด้วยนะ ขอให้มีความสุขมากๆ
Saturday, January 6th 2007 - 11:29:58 AM
Name:
Comments:กัปื สืปาแร้แสไห้แรน หกิอแหรเคนฤฆฏฺฟ้คนกฤ"ฆฺฏํฌึคตปก
Friday, September 22nd 2006 - 12:59:10 AM
Name: Cha
Comments:จะเอายังไงก็เอากันนะครับ
Tuesday, August 1st 2006 - 01:41:26 PM
Name: Cha™
Comments:จะไปเที่ยวไหนกัน ใส่ Program ไว้ด้วยสิครับ
Tuesday, August 1st 2006 - 01:38:32 PM
Name: Cha™
Comments:วันนี้ ไปส่งแม่ ที่ดอนเมืองนะครับ เครื่องออก ประมาณเที่ยงคืน
Thursday, May 11th 2006 - 11:26:19 AM
Name: Bic
Comments:วันนี้กูไป แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูเน้อ
Friday, March 24th 2006 - 10:21:11 AM
Name: ป่าน
Comments:ไปเที่ยวกาญ กันป่ะ
Wednesday, March 22nd 2006 - 04:21:24 PM
Name: BIC
Comments:เงียบเยี่ยว
Saturday, March 11th 2006 - 09:25:44 PM
Name: Cha™
Comments:สวัสดีครับ เพื่อนๆ ทุกคน สบายดีกันมั้ย? อย่าปล่อยให้เวป เงียบเหงา
นะ เข้ามาคุยกันบ้าง ... ถึงตัวไกล แต่ใจยังอยุ่ใกล้กัน เสมอ!
Tuesday, February 14th 2006 - 02:06:15 PM
Name: ป่าน
Comments:สำหรับ คนชอบเพื่อนสนิท
เพื่อนสนิท
Thursday, October 27th 2005 - 09:21:53 AM
Name: ป่าน
Comments:สำหรับ คนชอบ เพื่อนสนิท
Thursday, October 27th 2005 - 09:20:17 AM
Name: Bew
Comments:หายไปนานเลย เพื่อนๆเป็นไงบ้าง ยังสบายกันดีอยู่หรือเปล่า
พี่จ๊ะ ไปเที่ยวภูกระดึงกับลุงสิทธิอ่ะ ส่ง MMS มายั่วด้วย
ปีนี้พวกเราคงไม่ได้ไปภูกันแล้วล่ะ ไว้ไปเที่ยวน้ำหนาวแทนดีก่า ตกลงสมาชิกที่จะไปมีใครมั่งว่ะ ไอ้บิคบอกไปช่วงวันที่ 4-6 ธันวา 48 นะ
มีอะไรเปลี่ยนแปลง แจ้งล่วงหน้าด้วยนะ ไปแล้ว บายๆๆ
Friday, October 21st 2005 - 02:49:03 PM
Name: Gun-Ponggun/P.6
Comments:แม่ผมอยากทราบดวงเมือง ปี 2548 อ.โสรัจจะ ช่วยหน่วย อ.ทำนายได้น่าอ่านจริงๆ คับ... แม่บอก...
Friday, September 30th 2005 - 04:59:55 PM
Name: ป่าน
Comments:1,500 ไมล์ ทะเลไทยมี "นาวี" นี้เฝ้า
ข้าศึกรุกเข้าระดมโจมตี
"นาวี" นี้รบรับอยู่ใหญ่กี่ตันต้องสู้กัน
ฟาดฟันให้รู้ อย่าปล่อยให้ฝ่ายศัตรู ล้ำอธิปไตย...
กรมหลวงชุมพรฯ
Thursday, September 29th 2005 - 09:38:57 AM
Name: ป่าน
Comments:กู กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เจอบันทึกนี้ให้เอาคำของกูต่อไปนี้
จงไปประกาศให้ทุกคนรู้ว่า "กู กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ผู้เป็นโอรสของพระปิยะมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรู้ว่า
แผ่นดินนี้บรรพบุรุษได้เอาเลือดเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ อ้าย อี ไอ้
มันผู้ใดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ทุจริต ก่อให้เกิดความเดิอดร้อนต่อส่วนรวม
จงหยุดกาลนั้นเสียโดยเร็วเถิด
ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดขอแผ่นดินสยาม
อันเป็นที่รักของกูตราบใดคำว่า อาภากะโร ยังยืนหยัดอยู่ในโลก
กูจะรักษาแผ่นดินสยามของกูและลูกหลานทั้งหลาย
แผ่นดินให้กำเนิดมา
แผ่นดินให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุขมิให้อาทรร้อนใจ
จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้นเถิด ลูกจะเกิดความสุข พ้นภัย
ถ้า อ้าย อี ในแผ่นดินไทยคิดจะทรยศ กดขี่ ผู้ทำความดี
หรือยื้อแย่งแผ่นดินของกู ก็ขอให้ อ้าย อี เหล่านั้น
จงพินาศวิบัติไป ให้สิ้นซากไทโชติช่วงชัชวาล
Thursday, September 29th 2005 - 09:36:08 AM
Name: zico-aia
Comments:เล่นกะเบิ้ลหน่อยนะเพื่อนๆ กูงงจริงๆ
สงสัยอยู่กะกูมั๊งเบิ้ล 100


ชาย 3 คนจ่ายค่าพักโรงแรม คนละ 1000 บาท
รวมเป็นเงิน 3000 บาท
เจ้าของใจดีลดเหลือ 2500 บาท
เลยฝากบ๋อยไปคืนชายทั้งสาม 500 บาท
บ๋อยเก็บไว้เอง 200 บาทแล้วคืนให้ชาย 3 คน คนละ 100 บาท
เท่ากับว่า ชายทั้งสามจ่ายค่าโรงแรมคนละ 900 บาท เท่ากับ 2700 บาท
รวมกับที่น้องบ๋อยเก็บไว้ 200 บาท เป็น 2900 บาท

----->แล้วอีก 100 บาทหายไปไหน?

Friday, September 9th 2005 - 05:42:03 PM
Name: zico-aia
Comments:สอนวิธีเอา e-mail from yahoo and hotmail
ลงใน ms outlook 2003 ด้วยได้ป่ะชา
Friday, September 9th 2005 - 05:38:58 PM
Name: zico-aia
Comments:
Friday, September 9th 2005 - 05:36:51 PM
Name: zico-aia
Comments:C:\Documents and Settings\Acer\Desktop
Friday, September 9th 2005 - 05:28:54 PM
Name: zico-aia
Comments:download ไม่สำเร็จว่ะชา ส่งมาให้อีกครั้งนะ

นอนมาสามวันสามคืนจน ปวดหลังไปหมดแล้วว่ะ บิว บิค
Friday, September 9th 2005 - 05:27:54 PM
Name: Test
Comments:
Friday, September 9th 2005 - 02:25:57 PM
Name: Cha™
Comments:หายไวไว นะเพื่อนโก้...พรุ่งนี้ ชวนเจ๊ ไปออกงานด้วยเด้อ!

Prasert's Mobile Phone No: 016680258
Friday, September 9th 2005 - 12:43:56 PM
Name: zico-aia
Comments:เงียบเหงากันจริง
Friday, September 9th 2005 - 12:38:58 PM
Name: Cha™
Comments:ไม่ได้กินเป็นบ้าเป็นหลัง
Friday, September 9th 2005 - 12:28:03 PM
Name: zico-aia
Comments:ใครมีความคิดเห็นยังไงก็เสนอใหม่ได้นะเพื่อนๆ
Friday, September 9th 2005 - 12:26:15 PM
Name: zico-aia
Comments:สมาชิก ชาย ได้แก่
1. โกโก้ 2. ยุทธ 3. ป่าน 4. เบิ้ล 5. บิว 6. ชา 7. น้อย 8. บิค

สมาชิก หญิง ได้แก่
1. เกด 2. น้องไก่ 3.เจ๊เมย์(คนเดิม)

30 พ.ย. 2548
21:00 น. - พร้อมกันที่หมอชิต
22:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ จ.เลย-ภูกระดึง

1 ธ.ค. 2548
06:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
07:30 น. - นั่งรถสองแถวไปที่ตีนภูกระดึง (อช)
08:00 น. - เดินทางสู่ยอดภูกระดึง
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
16:00 น. - ถึง อ.ช ภูกระดึง ที่พัก บ้าน + กางเต็นช์
18:00 น. - รับประทานอาหารเย็น

2 ธ.ค. 2548
03:00 น. - ตื่นเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินป่าปิด (ป่าดงดิบ) ชมต้นและใบเมเบิล
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

3 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - ไปเล่นน้ำตามน้ำตกต่างๆ
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

4 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินทางกลับลงจากภูกระดึง
14:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ กลับกรุงเทพ
21:00 น. - ถึงกรุงเทพ

5 ธ.ค. 2548
วันพ่อแห่งชาติ หยุดพักผ่อน บ้านใคร บ้านมัน

จบ Trip นี้
เพื่อนๆ คงโอเคกันไหม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะ ไปนอนก่อนแล้ว บ๊าย บาย
Thursday, September 8th 2005 - 09:55:02 PM
Name: zico-aia
Comments:สมาชิก ชาย ได้แก่
1. โกโก้ 2. ยุทธ 3. ป่าน 4. เบิ้ล 5. บิว 6. ชา 7. น้อย 8. บิค 9. บอย

สมาชิก หญิง ได้แก่
1. เกด 2. น้องจุ๋ม 3. น้องเก๋ 4. น้องโบ 5. น้องโชว์ 6. น้องจูน 7. น้องไก่

30 พ.ย. 2548
21:00 น. - พร้อมกันที่หมอชิต
22:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ จ.เลย-ภูกระดึง

1 ธ.ค. 2548
06:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
07:30 น. - นั่งรถสองแถวไปที่ตีนภูกระดึง (อช)
08:00 น. - เดินทางสู่ยอดภูกระดึง
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
16:00 น. - ถึง อ.ช ภูกระดึง ที่พัก บ้าน + กางเต็นช์
18:00 น. - รับประทานอาหารเย็น

2 ธ.ค. 2548
03:00 น. - ตื่นเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินป่าปิด (ป่าดงดิบ) ชมต้นและใบเมเบิล
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

3 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - ไปเล่นน้ำตามน้ำตกต่างๆ
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

4 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินทางกลับลงจากภูกระดึง
14:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ กลับกรุงเทพ
21:00 น. - ถึงกรุงเทพ

5 ธ.ค. 2548
วันพ่อแห่งชาติ หยุดพักผ่อน บ้านใคร บ้านมัน

จบ Trip นี้
เพื่อนๆ คงโอเคกันไหม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะ ไปนอนก่อนแล้ว บ๊าย บาย
Thursday, September 8th 2005 - 09:51:10 PM
Name: Chafanclub™
Comments:

Teenage Fanclub have packed a lot into their sixteen year
career. They’ve released six full-length albums and a Best
Of – Four Thousand Seven Hundred and Sixty-Six Seconds:
A Shortcut to Teenage Fanclub as well as two collaborations
with American musical maestro Jad Fair. Along the way,
they’ve lost band members, found new ones, even reclaimed
old band members. And of course, they’ve toured. They’ve
played in Australia, Canada, Europe, Japan, the UK and the
US, sharing the stage with the likes of Nirvana, Radiohead,
REM, Sonic Youth and The Pixies.

Now, riding high on the coat tails of their seventh release,
they’re on the road again and it is with great delight The
Frontier Touring Company confirm the indie-rock gods have
put Australia on their itinerary this August.

Teenage Fanclub – Norman Blake, Gerard Love, Francis
Macdonald and Raymond McGinley – are survivors of a
constantly changing industry. Over the years, their catchy,
guitar-driven pop has won them an army of followers.
Their second album Bandwagonesque saw them take out Spin
Magazine’s Album of Year, ahead of Nirvana’s Nevermind,
and their 1995 release Grand Prix is today routinely voted one
of the best British albums of the 1990s (Sunday Herald,
2005).

Their current album Man-Made (Shock) is being similarly well-
received. The Guardian awarded it four stars, dubbing it
“a difficult album to dislike.”

Manchester Online gave it five stars, declaring it “a royal
treat”.

And British alternative radio station XFM lavished praise on it,
proclaiming that “every home should own an album by this
treasured outfit.”

Liam Gallagher once declared Teenage Fanclub “the second
best band in the World.”
Saturday, August 27th 2005 - 10:30:04 AM
Name: Cha™
Comments:New Album Released!!!

Tuesday, August 9th 2005 - 03:49:32 PM
Name: ป่าน
Comments:"The Kop"
เมื่อลิเวอร์พูลเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ต้องพบกับมหาอำนาจลูกหนังของอังกฤษในยุคแรกไม่ว่าจะเป็น เปรสตัน,ฮัดเดอร์สฟิลด์,แบล็คเบิร์น และที่สำคัญคือ เอฟเวอร์ตันทีมร่วมเมืองในขณะนั้น โดยศึกดาร์แมตช์นัดแรกเกิดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค. 1894 ระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันโดยลิเวอร์พูลออกไปเยือน ปรากฏว่าลิเวอร์พูลแพ้ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 40000 คน และในการเจอกันที่แอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอ 2-2
ในปีแรกของลิเวอร์พูลในดิวิชั่น
1 จบฤดูกาลด้วยอันดับสุดท้ายของตารางและต้องกลับไปเล่นในดิวิชั่น 2 แต่เพียงแค่ปีเดียวก็กลับขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 อีกครั้ง
ภายใต้การนำทีมของผู้จัดการทีมที่ชื่อ ทอม อัตสัน การกลับขึ้นมาครั้งนี้ลิเวอร์พูลอยู่ในดิวิชั่น 1 นานกว่าเดิมและยังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1900-1901 เป็นครั้งแรกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามแฟนบอลของลิเวอร์พูลต้องดูทีมของตนเองเล่นในดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี 1904 แต่ลิเวอร์พูลก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมา
และคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1905-1906 ในช่วงนี้ฉายา The Kop ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อลิเวอร์พูลสร้างสนามใหม่ และตั้งชื่ออัฒจันทน์หลังประตู
ว่า สปิออน ค็อป โดยนักข่าวของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ที่มีชื่อว่า เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ เป็นผู้เสนอชื่อนี้ขึ้นมา
สำหรับคำว่า "สปิออน ค็อป" เป็นชื่อของเนินเขาที่นาทาลในสงครามบัวร์ที่แอฟริกาใต้เมื่อปี 1900 แปลว่า "จุดที่ได้เปรียบ" สงครามครั้งนั้นอังกฤษส่งทหารเข้าร่วม 300 นายและได้เสียชีวิตเกินครึ่งหนึ่งโดยส่วนมากจะเป็นทหารจากเมืองลิเวอร์พูล จึงตั้งชื่ออัฒจันทน์เพื่อเป็นเกียรติประวัติความกล้าหาญ และใครที่ได้ไปดูการแข่งขันฟุตบอลบริเวณอัฒจันทน์นั้นจะเรียกตัวเองว่า "The Kop" จึงเป็นฉายาของลิเวอร์พูลมาจนถึงปัจจุบันนี้
Wednesday, June 1st 2005 - 09:27:05 AM
Name: Bew
Comments:You're Never Walk Alone LFC
Sunday, May 29th 2005 - 03:03:38 PM
Name: ป่าน
Comments:
Friday, May 27th 2005 - 01:21:14 PM
Name: ป่าน
Comments:
Friday, May 27th 2005 - 12:32:53 PM
Name: ป่าน
Comments: http://www.siamsport.com/Liverpool_Tnews12.jpg
Friday, May 27th 2005 - 12:31:57 PM
Name: Cha™
Comments:ยอมรับจริงๆ ว่า สุดยอดมากๆ สำหรับ แมทช์ เมื่อคืนนี้ ขอยกให้เป็น แมทช์แห่งความทรงจำแห่งปีเลยทีเดียว...
ยินดีด้วยนะเพื่อนๆ ชาว The Cop
Thursday, May 26th 2005 - 10:26:40 AM
Name: ป่าน
Comments:Liverpool จงเจริญ เอิ๊กๆๆ
Thursday, May 26th 2005 - 10:19:57 AM
Name: ble
Comments:ลูกกู รับเฉพาะเงินสด นะ

Saturday, April 23rd 2005 - 10:30:38 AM
Name: Cha™
Comments:ยินดีด้วยนะเบิ้ล กับลูกชาย ... ขอให้สุขภาพ ทั้งแม่ และลูก แข็งแรงนะ แล้วจะไปเยี่ยม
Friday, April 22nd 2005 - 04:46:35 PM
Name: Cha™
Comments:งานแต่ง ปู๋ จะยังไง ครับ เพื่อนๆ
Tuesday, March 8th 2005 - 05:01:41 PM
Name: Ble
Comments:
กลับมาแล้ว เมื่อไหร่วันไหน...พร้อม
ซื้อยาหม่องมาฝากด้วยนะ

Tuesday, February 22nd 2005 - 01:57:06 PM
Name: Cha™
Comments:"Close your eyes...give me your hand darling"
"Do you feel my heart beating?...Do you understand?"
Wednesday, February 16th 2005 - 12:36:44 PM
Name: Ble
Comments:
TESTEST

Friday, January 21st 2005 - 01:44:04 PM
Name: Cha™
Comments:กด Back to Forever Friends ด้านบน สิครับเพื่อนๆ
เวปไซท์อันใหม่ กลับมาแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์...
Wednesday, January 19th 2005 - 04:08:06 PM
Name: zico
Comments:สวัสดีทุกคน ไม่ได้เข้ามานานะเลยกู
รักและคิดถึงทุกคน อย่าลืมไปเที่ยวภูกระดึงกันนะ

Tuesday, January 18th 2005 - 10:42:27 PM
Name: Cha™
Comments:เซ็งเลย เวป ที่ทำไว้ใน Thai.net โดนลบ data ไปหมดเลย
ต้องไปสร้างใหม่เนี่ย ใครมี idea ดีๆ ส่งมาหน่อยสิครับ
จะได้เอาไปใส่ไว้แทน...


http://members.thai.net/foreverfriends/index.htm
Tuesday, January 18th 2005 - 05:09:07 PM
Name: Cha™
Comments:1. อืมมม...น่าสนใจนะ แล้วถ้ามีคนเพิ่มมากกว่าที่เขียนล่ะ จะรับได้มั้ย

2. ใครมี โปรแกรม SPSS บ้าง ขอหน่อย ครับ

3. รัก และคิดถึง ทุกคนครับ
Tuesday, January 18th 2005 - 02:48:05 PM
Name: Zico & Bew
Comments:Trip ภูกระดึง ปี 2548

สมาชิก ชาย ได้แก่
1. โกโก้ 2. ยุทธ 3. ป่าน 4. เบิ้ล 5. บิว 6. ชา 7. น้อย 8. บิค 9. บอย

สมาชิก หญิง ได้แก่
1. เกด 2. น้องจุ๋ม 3. น้องเก๋ 4. น้องโบ 5. น้องโชว์ 6. น้องจูน 7. น้องไก่

30 พ.ย. 2548
21:00 น. - พร้อมกันที่หมอชิต
22:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ จ.เลย-ภูกระดึง

1 ธ.ค. 2548
06:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
07:30 น. - นั่งรถสองแถวไปที่ตีนภูกระดึง (อช)
08:00 น. - เดินทางสู่ยอดภูกระดึง
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
16:00 น. - ถึง อ.ช ภูกระดึง ที่พัก บ้าน + กางเต็นช์
18:00 น. - รับประทานอาหารเย็น

2 ธ.ค. 2548
03:00 น. - ตื่นเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่น
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินป่าปิด (ป่าดงดิบ) ชมต้นและใบเมเบิล
12:00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

3 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - ไปเล่นน้ำตามน้ำตกต่างๆ
15:00 น. - เดินผ่านผาต่างๆ เพื่อไปที่ผาหล่มสัก ชมพระอาทิตย์ตก
18:30 น. - เดินทางกลับที่พัก
21:00 น. - รับประทานอาหารค่ำ

4 ธ.ค. 2548
06:00 น. - ตื่นนอน
08:00 น. - รับประทานอาหารเช้า
10:00 น. - เดินทางกลับลงจากภูกระดึง
14:00 น. - ขึ้นรถทัวร์ กลับกรุงเทพ
21:00 น. - ถึงกรุงเทพ

5 ธ.ค. 2548
วันพ่อแห่งชาติ หยุดพักผ่อน บ้านใคร บ้านมัน

จบ Trip นี้
เพื่อนๆ คงโอเคกันไหม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะ ไปนอนก่อนแล้ว บ๊าย บาย

Tuesday, January 18th 2005 - 01:46:30 AM
Name: Cha™
Comments:ดวงเมือง"ปีระกา"
ไทยยังต้องเผชิญ การสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ เดือนเลือกตั้ง ระวัง"วินาศกรรม"
ดวงเมือง "ปีระกา" เป็นอย่างไร

คำถามนี้ดังสะพัดขึ้นอีกหลายเท่าหลังจากเกิดเหตุวิปโยค "คลื่นยักษ์" ที่ภาคใต้อย่างไม่มีใครคาดฝันไม่คาดฝัน เพราะมันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว โดยที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าอย่างไรก็ตาม ในทางโหราศาสตร์ โหรโสรัจจะ นวลอยู่ แห่งหนังสือ "ศาสตร์แห่งโหร" ของสำนักพิมพ์มติชน ได้ให้คำทำนายล่วงหน้าเอาไว้ล่วงหน้าว่า ปี 2547 จะเป็นปีแห่งการก่อการร้ายและวินาศกรรมร้ายแรงกว่ายุคสมัยไหนที่ผ่านมา จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย โดยเฉพาะภาคใต้จะโดนอย่างหนัก บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง และผู้คนที่อาศัยอยู่ติดทะเลจะถูกพายุทำลายเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ การพยากรณ์ที่ใกล้ความจริงดังกล่าว ทำให้คำทำนายของโหรโสรัจจะแห่งหนังสือศาสตร์แห่งโหรของสำนักพิมพ์มติชนในปี 2548 เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปขึ้นมาทันทีว่า "ดวงเมือง ปี 2548" เป็นอย่างไร
และนี่คือคำทำนายของโหรโสรัจจะ ในแง่โหราศาสตร์ ปี 2548 ยังเป็นปีแห่งการก่อการร้ายหนักที่สุด ประวัติศาสตร์ชาติไทยเต็มไปด้วยความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ และไฟเผาผลาญทุกหนทุกแห่ง คงวุ่นๆ ภายในรัฐบาลมีการแตกแยกความคิด ประเทศประสบปัญหาภัยแล้ง
ขาดแคลนน้ำอย่างที่ไม่เคยประสบมาในรอบร้อยปี
การวู่วามใดๆ รังแต่จะทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ การปลุกระดมม็อบใดๆ ควรละเว้นเนื่องจากราหูเป็นวินาศกับลัคน์
บ่งถึงว่าถ้าดื้อรั้นจะเอาแต่ฝ่ายตนท่าเดียวโดยมิได้ผ่อนปรนใดๆ บ้านเมืองคงระส่ำ และจะเป็นการปลุกให้ผู้ถืออาวุธทนไม่ไหวต้องโดดเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ มันจะไปกันใหญ่ นอกจากทุกข์ภัยจะเล่นงานเอาอย่างอ่วมอรทัยแล้ว
น้ำผึ้งหยดเดียวก็จักบันดาลให้เกิดอะไรต่ออะไรที่เลวร้ายอย่างใหญ่หลวงได้
สิ่งที่น่าจะสนใจคือในเดือนกรกฎาคม 2548 ดาวบาปเคราะห์อังคารเดินเข้ามาทับลัคน์ อันให้โทษอย่างรุนแรง และมีดาวบาปเคราะห์ทำมุมปลายหอกกับบ้านเมือง เป็นปรากฏการณ์อันร้ายกาจ หากนักการเมืองผู้ใดปลุกระดมหรือก่อชนวนใดๆ
ที่รุนแรงขึ้นมาระยะนี้ มันจะบานปลายลุกลามออกไปใหญ่โตจนยากที่จะแก้ไขได้
ส่วนปัญหาทางภาคใต้ อาจจะเพิ่มความรุนแรงมีการก่อการใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรง โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายทั้งภายในและภายนอกทำให้สูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก สถานที่ราชการและโรงเรียนอาจถูกเผาทำลายไปเป็นจำนวนมาก เรื่องราวออกจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ ด้วยทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังไม่อาจจะสะสางให้ได้ทราบความจริง หรือเพียงแต่ว่าความจริงบางอย่างเปิดเผยออกมา จะต้องมีจังหวะเวลาอันสมควรด้วย ย่อมกระทบกระเทือนต่ออะไรมากมาย รวมทั้งพันธไมตรีระหว่างประเทศ การยั่วยุของฝ่ายที่ประสงค์ให้เกิดการแตกแยกภายในประเทศ ทั้งด้านการเมือง การปกครอง ด้านศาสนา
จะเป็นจุดระดมโหมสรรพกำลังเข้ามาเพื่อทดสอบความใจเย็นและความละเอียดรอบคอบของรัฐบาลทั้งสิ้น
โหรโสรัจจะ ยังบอกอีกว่า เศรษฐกิจของไทยสยาม ก็คงดังเห็นๆ กันอยู่ คือตราบใดที่การบ้านการเมืองยังไม่เป็นส่ำ การถือพรรคแบบมืดหน้ามัวตา ไม่ดูตาม้าตาเรือจะเอาแต่เรื่องของพรรคพวกตน ไม่ยอมรอมชอมกันก็ไม่อาจจะทำอะไรรุดหน้าไปได้
บ้านเมืองมิใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เมื่อไรเมื่อทุกๆ คนมีสิทธิ์ จึงจะลดละความเป็นตัวเองไปได้เสียบ้างก็จะดี
เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่สามารถแก้ไขได้ พร้อมกับเศรษฐกิจทั่วโลกก็ประสบปัญหาเช่นกัน อันเนื่องมาจากขาดแคลนเชื้อเพลิงน้ำมันไปทั่วโลก
ประชาชนไทยเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้ายิ่งกว่าปีก่อน เป็นปีแห่งความหายนะทางเศรษฐกิจถึงขั้นล้มละลาย ธนาคารของรัฐไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาได้ ธนาคารแต่ละแห่งเกิดการแตกแยก ทั้งเล็กทั้งใหญ่ต้องปิดตัวเองลงอย่างสนิท ตลาดหุ้นถูกกระทบอย่างหนัก ท้องร่วงตลอดปี และต้องปิดตัวเองลง มีคนเล่นหุ้นและเล่นหวยฆ่าตัวตายเป็นเบือ พลเมืองคนไทยประสบความยากจนข้นแค้น เกิดโจรขโมย ปล้นฆ่า เพื่อความอยู่รอดและอาหารเพื่อประทังชีวิตที่แสนลำเค็ญ
ประกอบกับรัฐได้ซ้ำเติมด้วยการขึ้นค่าสาธารณูปโภคทุกรูปแบบ รวมไปถึงการตกลงซื้อขายรัฐวิสาหกิจบางแห่ง
จึงเกิดการประท้วงลุกลามเกิดการชุมนุมใหญ่เป็นการจลาจลไปทั่วประเทศ
ราวปลายปี น้ำป่าเริ่มไหลบ่าจากทางภาคเหนือและอีสานลงมาทางใต้ต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ที่สร้างเมืองมา แหล่งน้ำทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลาย
บุคคลสำคัญทรุดโทรม และมีการสูญเสียครั้งสำคัญ และการกลับมาของโรคระบาด "ไข้หวัดนก" หรือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่วนและเวียนเข้ามา ทำให้สูญเสียผู้คนจำนวนมาก จะหนักกว่าปีก่อนหลายเท่า
โหรโสรัจจะ ชี้ว่าประเทศไทย ปี 2548 นี้ถึงดาวพฤหัสบดียังอยู่ในภพอริ ยังถือว่ามีจุดอ่อน ใคร่ขอเตือนว่า ความเป็นพรรคฝ่ายค้านกับรัฐบาลมิใช่หมายถึง เขาวางบทบาทให้เป็นศัตรูกันไปชั่วชีวิต ยังจะต้องมีจังหวะหนึ่ง โอกาสหนึ่งที่น่าจะประสานรอมชอมกันได้บ้างเพื่อเห็นแก่ความยอบแยบของประเทศ อาจเกิดความเสียหายแก่ความก้าวหน้าของประเทศอย่างมหาศาล
อีกนัยหนึ่งในปี พ.ศ.2548 นี้ ราหูที่จะโคจรเข้าสู่ราศีมีน อันเป็นภพวินาศของราศีเมษแห่งประเทศไทย ตามสถิติเท่าที่ได้พบมา ถ้าราหูโคจรเข้าสู่จุดนี้เป็นจุดร้ายกาจรุนแรง ซึ่งเราน่าจะต้องระมัดระวังตัวให้จงหนัก บ่งถึงบ้านเมืองจะต้องเผชิญหน้ากับภัยที่ขวางอยู่เบื้องหน้า มีศัตรูที่ลอบบ่อนทำลายอยู่ในมุมมืด ขณะที่เรากำลังเผลอและลืมตัว ศัตรูเก่าทั้งภายนอกและภายในประเทศจะทำลายเราอย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม โรคภัยไข้เจ็บจะระบาดอย่างรุนแรง ผู้คนและสัตว์เลี้ยงจะล้มตายจำนวนมาก จะเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติอย่างร้ายแรงที่สุด
ระวังให้ดีการที่เราใจดีต่อบุคคลที่เป็นพิษเป็นภัยต่อบ้านเมือง จะเข้าทำนองชาวนากับงูเห่า ผลที่สุดงูเห่าก็จะกัดชาวนาตาย
เมื่อมันอบอุ่นมีเรี่ยวแรงดีขึ้น ขบวนการก่อการร้ายใต้ดินจะเหิมเกริมมากขึ้นไปทั่วโลก จะมีการเสริมกำลังและก่อสงครามกองโจรที่มีไปทุกแห่งในโลก ประเทศประชาธิปไตยหลายแห่งรวมทั้งไทยจักตกอยู่ภายใต้การคุกคามของขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ
เกิดสงครามในตะวันออกกลาง อิรัก, อิหร่าน, กลุ่มปาเลสไตน์, รัสเซีย, จีน และสหรัฐ อาจลุกลามกลายเป็นสงครามระดับโลกทำให้ขาดแคลนเชื้อเพลิงและน้ำมัน ใช้อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธปรมาณู อาวุธมหาประลัยห้ำหั่นกัน มีผู้ถือหางทั้งสองฝ่าย ฝ่ายสหรัฐและฝ่ายพันธมิตรอย่างประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย อิสราเอล ถูกถล่มจนยับเยิน บ้านเมืองพินาศ ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ประเทศไทยควรวางตัวเป็นกลาง เพราะเราอาจถูกตอบโต้อย่างรุนแรง
สงครามจะยืดเยื้อไปถึงปี 2549 จนกลายเป็นสงครามมหาวิปโยค
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นเดือนๆ โหรโสรัจจะได้ให้คำทำนายไว้ดังนี้
มกราคม
กรุงเทพฯ จะถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่
ทำความตื่นตระหนกไปทั่วและมีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก ไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ย้อนกลับมาใหม่
และรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว โรคระบาดเก่าและใหม่ยังแพร่กระจายไปทั่วประเทศ จากสัตว์สู่คนและคนสู่คนกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ไข้หวัดใหญ่จะแพร่ขยายพันธุ์ทางอากาศ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเชื้อโรคเหล่านี้ได้ ยังไม่มีวัคซีนหรือยาใดๆ จะทำลายและรักษาได้ ทำให้มีคนสูญเสียชีวิตมากมายเป็นหมื่นเป็นพันอย่างรวดเร็ว เป็นโรคติดต่อ ศพเกลื่อนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วเมือง อเนจอนาถยิ่ง ขาดแคลนน้ำมันและเชื้อเพลิง ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว ต้องเก็บรถยนต์ไว้กับบ้าน เศรษฐกิจของประเทศเริ่มตกต่ำอีก คนงานถูกปลดออกจากงานจำนวนมาก หุ้นตกอย่างแสนสาหัส ส่วนหวยกินคน ธนาคารแห่งประเทศสยามทรุด
กุมภาพันธ์
ซึ่งเป็นเดือนที่จะมีการเลือกตั้ง ทางภาคใต้ถูกก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ โรงแรมหลายแห่งถูกทำลายย่อยยับ
และมีคนถูกจับเป็นตัวประกัน และถูกสังหารหมู่
จะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์มากกว่าในระยะใด บ้านเมืองจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง หุ้นตก ธนาคารจะเข้าสู่จุดคับขัน ความลำบากยากแค้นจะมีไปทั่ว บ้านเมืองเริ่มมีการปฏิรูปครั้งใหญ่อีก ธนาคารแห่งประเทศไทยประสบปัญหา
ธุรกิจท่องเที่ยวอับเฉา นักท่องเที่ยวไม่มาทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ พืชไร่ไม่ได้ผล จะเกิดทุกข์หนัก คนตกงานจำนวนมหาศาล
ปลายเดือนหุ้นดิ่งลงอย่างน่าวิตก มีคนฆ่าตัวตายกันมากเกิดการขัดแย้งทางวัฒนธรรม และศาสนา มีการเดินขบวน เกิดความโกลาหล
ฟิลิปปินส์บ้านเมืองวุ่นวายจากการก่อหวอดของกลุ่มนิสิตนักศึกษา
เขมรบุกเข้ามาเผาบ้านเรือนตามชายแดน เกิดการกระทบกระทั่ง
ราวปลายเดือนมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย และหมู่เกาะต่างๆ
จะต้องรับผลร้ายจากภัยธรรมชาติในระยะนี้
มีนาคม
สูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ
คนงานในบริษัทใหญ่โตของประเทศ รวมทั้งข้าราชการต้องถูกปลดออกจากงานจำนวนมาก เนื่องจากเศรษฐกิจย่ำแย่
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงครั้งใหญ่ทางภาคเหนือ
เหล่ามิจฉาชีพและคนร้าย อันธพาลกำเริบเสิบสานเป็นโยงใยกันตลอด คนดีจะตกเป็นเหยื่อของคนชั่ว คดีข่มขืน การลักพาตัวและการจี้ปล้นจะระบาดใหญ่โต
ปลายเดือนทางใต้ทหารไทยกับทหารมาเลเซียร่วมกันกวาดล้างโจรผู้ก่อการร้าย โดยบุกหนักเหมือนกับเป็นการรบที่ยืดเยื้อ
เมษายน
เดือนนี้หุ้นจะตกลงมาอย่างแรงแบบท้องร่วง
ประเทศไทยไม่ควรประมาทต่อสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น บ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน ทางใต้ผู้ก่อการร้ายคงกำเริบเสิบสาน
และดำเนินงานใต้ดินอย่างมีประสิทธิภาพที่น่ากำลังอันตรายอย่างยิ่ง
ผู้นำสุขภาพทรุดโทรม ประเทศชาติกำลังหมิ่นเหม่ต่ออันตรายที่มองไม่เห็น ประมาทนิดเดียวเท่านั้นก็ถึงจุดวิกฤตทันที
เด็กๆ อาจพบกับโรคร้ายแปลกประหลาด
พฤษภาคม
เป็นเดือนหฤโหดสุด...วิปโยคที่แท้จริงสำหรับคนไทย หุ้นตกอย่างรุนแรงอีก การเมืองของไทยเต็มไปด้วยความผันผวน เผชิญกับวิกฤตการณ์อย่างหนัก ข้าวยากหมากแพง โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้าจำหน่ายภายในและภายนอกประเทศประสบปัญหาทางด้านการตลาด มีการลดจำนวนคนงานลง โรงงานบางโรงงานอาจปิดตัวเองลง ปัญหาคนว่างงานจะตามมา
กลุ่มนักการเมืองร่วงหล่นเป็นแถวๆ
ธนาคารล้ม ตลาดหลักทรัพย์ต้องปิดตัวลง พินาศย่อยยับ
มีอุบัติภัยทางอากาศหลายครั้งในต่างประเทศ
มิถุนายน
เป็นเดือนแห่งความวิปริต ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน อุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน
รถยนต์ จะมีเครื่องบินตก บ่งถึงความตึงเครียด รัฐบาลจะเผชิญหน้ากับปัญหาสำคัญ มือที่ 3 จะยุยงให้เกิดการสไตร๊ค์ การหยุดงาน หุ้นตก ภาวะทางการเงินตึงตัว ผู้ปกครองประเทศควรเตรียมตัวรับสถานการณ์ให้ดี
กรกฎาคม
เป็นเดือนที่ควรระวังและเปราะบางอย่างยิ่ง เพราะอาจเกิดการรัฐประหารต้องรบราฆ่าฟันกันนองเลือด สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก เป็นระยะที่ดาวเคราะห์เบียนหนัก การแตกแยกความสามัคคีภายในบ้านเมืองเรา
ขัดแย้งเป็นปรปักษ์ทางการเมือง นำไปสู่การพิพาทที่สิ้นสุดมิได้ หุ้นเริ่มตกอย่างรุนแรงมากกว่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ธุรกิจสับสน
กระแสเงินมีจุดเครียด เงินตึงตัว
จะเกิดอัคคีภัยร้ายแรงทั่วทุกภาคของประเทศไทย จะเกิดอุบัติเหตุหมู่ ไฟป่าเผาผลาญไปจำนวนมาก ไฟลุกโชติช่วงไปทุกหนทุกแห่ง การลอบวางเพลิง วางระเบิด การเมืองระส่ำระสายและภัยรอบข้างทำให้ดูเหมือนเกิดความขับขัน
สิงหาคม
รัฐบาลจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสำคัญกับหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจต่างๆ ก่อหวอด เกิดความโกลาหลมากกว่าปีที่แล้ว
ต้องนับเป็นเดือนสุดหฤโหดวิปโยคอย่างแท้จริง ดวงเมืองบางกอกเป็นระยะฝ่าวิตก อยู่ในอาการไม่ปลอดภัย ต้องระวังอันธพาล โจรปล้น การข่มขืนจะชุกชุม ศีลธรรมจะเสื่อมโทรม พระอลัชชีกับมนุษย์ลวงโลกกำเริบเสิบสาน
มีอุบัติภัยทางอากาศ หุ้นตกวินาศสันตะโร
เรือโดยสารล่ม ตายหมู่ เป็นร้อยศพ
กันยายน
ระยะครึ่งแรกของเดือนอาจจะมีเรื่องดีเกิดขึ้น อาจมีบุคคลสำคัญมาเยี่ยมและมีการเคลื่อนไหวที่ดี มีเกียรติ
ทางใต้มีพายุใต้ฝุ่น ถนน สะพาน ทางรถไฟ และสาธารณูปโภคถูกทำลายสิ้น
ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นข่าวประเภททารุณอย่างน่าสยดสยอง มีผู้ติดยาเสพติดมากมายทำให้เสื่อมเสีย
วงการสงฆ์มัวหมองหนัก
รัฐบาลจะเผชิญหน้ากับปัญหาสำคัญ มือที่สามจะยุยงให้เกิดการสไตร๊ค์ การหยุดงาน สร้างความปั่นป่วน
ตุลาคม
การเมืองไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมีคนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง อาจเกิดการยุบสภา
บ้านเราภัยธรรมชาติยังคุกคามต่อไปทั้งทางภาคเหนือ อีสาน และทางภาคใต้ น้ำจะท่วมใหญ่กว่าเมื่อปีก่อนๆ จะเกิดขึ้นทางภาคเหนือต่อเลยมาถึงกรุงเทพฯ แหล่งน้ำทั้งเล็กและใหญ่จะพังทลายอีก น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ตำบล
และอำเภอ
พฤศจิกายน
หุ้นตก เศรษฐกิจล้มเหลว ประชาชนมีแต่หนี้สิน ต้องฆ่าตัวตายเป็นเบือ
ในกรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ สถานที่สำคัญเสียหายหนัก
ทางใต้หลายจังหวัดประสบอุทกภัยร้ายแรง จังหวัดที่ติดทะเลต้องอพยพด่วน ทางรถไฟขาด รถเดินไม่ได้ โทรศัพท์เสีย
ธันวาคม
ธนาคารและสถาบันทางการเงินวิกฤตหนัก หุ้นตกอย่างแรง จะมีอุบัติเหตุหมู่ เกิดรถชนกันตายหลายสิบคน
เกิดภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค อาจต้องปลูกสวนครัวกันทุกครัวเรือนคนงานในบริษัทใหญ่โตถูกลอยแพ รวมทั้งข้าราชการต้องถูกปลด สร้างความวุ่นวาย รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
...
Thursday, January 13th 2005 - 03:28:06 PM
Name: Lefty
Comments:ดีมาก

แล้วพี่จะตอบที่พวกเราโพสต์ไว้ด้วยนะ คอยเข้าไปอ่าน
ถ้ามีอะไรก้อไปโพสต์ติดไว้ได้นะ

Tuesday, January 4th 2005 - 10:14:09 AM
Name: Lefty
Comments:บอกว่าให้คลิกที่ ร่วมด้วยช่วยโหวต ก่อนที่จะเขียน commnet นะ

Tuesday, January 4th 2005 - 09:44:47 AM
Name: Lefty
Comments:ว่างๆ ไปโหวตให้พี่หน่อยนะ

คลิกที่ปุ่ม ร่วมด้วยช่วยโหวตก่อนนะ แล้วคะแนนมันจะขึ้นมา
แล้วค่อยเขียน comment นะ อืม บอกคะแนนที่โหวตมาด้วยก้อดีนะ

ไปเลย http://club.sanook.com/member.php?265004
Tuesday, January 4th 2005 - 09:30:58 AM
Name: Cha™
Comments:เพื่อนๆ ทุกคนยังอยู่กันดีนะ ไม่มีใครแอบไปเที่ยว ภาคใต้มาใช่มั้ย
ระวังตัวด้วยนะ ช่วงนี้
Monday, December 27th 2004 - 10:16:48 AM
Name: Cha™
Comments:Merry X'Mas ทุกๆ คน นะครับ มีความสุขกันถ้วนหน้า
มีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ นะ
Friday, December 24th 2004 - 01:28:18 PM
Name: Cha™
Comments:Web: Forever Friends

จะทำทำการเปิดให้บริการในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548

จึงประกาศมาให้สมาชิกทุกท่านทราบ
Friday, December 24th 2004 - 01:26:58 PM
Name: Lefty
Comments:ตอนนี้พี่ติด Hi-speed Internet แล้ว
ใครอยากได้เพลงอะไร จะส่งไปให้ เตรียมพื้นที่รับเมล์กันไว้ให้ดีนะ

เร็วมักๆๆ ขอบอก
Monday, December 20th 2004 - 03:19:10 PM
Name: Bic`
Comments:ปีใหม่ไหนดีว่ะ
คนใต้ชอบพูดสั้น..

ตกปลาสราญกันไหม
Thursday, December 16th 2004 - 11:51:30 AM
Name: Cha™
Comments:นั่งเล่น Net กันซะดึกดื่น แอลกอฮอล์ลงไข่กันเป็นแถววววว....555
Monday, November 29th 2004 - 02:12:09 PM
Name: Ble
Comments:
ไม่หลับไม่นอน

น้อย mail มึงเป็นรัยวะ ตีกลับตลอด

Monday, November 29th 2004 - 02:08:41 PM
Name: บิว
Comments:ไม่ได้เข้ามานานเหมือนกัน เพื่อนๆยังสบายดีกันอยู่ไหม แล้วไว้เจอกันใหม่นะ อิอิอิ
Sunday, November 28th 2004 - 03:26:33 AM
Name: zico
Comments:ไม่ได้เข้ามาซะนาน

เงี่ยนว่ะ

ง่วงด้วย

รักควย
Sunday, November 28th 2004 - 03:21:17 AM
Name: Cha™
Comments:สวัสดีครับ ทุกคน
Sunday, November 28th 2004 - 03:14:25 AM
Name: zico
Comments:ควย
Sunday, November 28th 2004 - 03:14:21 AM
Name: Cha™
Comments:เสาร์ที่ 16 อาทิตย์ที่ 17 ไปทำบุญกันมั้ย ที่วัดบึง (ที่ชาไปบวช น่ะ)
Thursday, October 28th 2004 - 12:05:38 PM
Name: Cha&# BTS
Comments:เวป Thai.net ปิดซ่อมแซมชั่วคราว เลยทำให้เข้าไม่ได้ น่ะครับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ...
Thursday, October 14th 2004 - 02:01:19 PM
Name: ป่าน
Comments:........บัติ ซบ จริงๆ
Friday, October 8th 2004 - 12:37:28 PM
Name: ป่าน
Comments:เข้า หน้าแรก ไม่ได้
Friday, October 8th 2004 - 08:33:16 AM
Name: Cha™
Comments:ปีนี้ ออกพรรษา วันไหน น้า?
Tuesday, October 5th 2004 - 11:04:44 AM
Name: Cha™
Comments:เงียบกันหมด...
Tuesday, September 28th 2004 - 12:38:57 PM
Name: Cha™
Comments:น้อยเอ้ย...กูมาอ้อนวอนมึง (ครั้ง ที่ 1/092004) นะ

"ได้โปรด ไปเที่ยว กะ พวกกูเถอะ นะ นะ นะ"
Tuesday, September 14th 2004 - 02:14:15 PM
Name: Ble
Comments:
งวดนี้กะวิ่ง 5 กะ 7

Thursday, September 9th 2004 - 03:43:25 PM
Name: Bic
Comments:ตอมรูขุมขนที่อยู่ตรงหัวกูกะไอ้น้อยมันเหมือนกันแหละ555
ถึงได้หัวใสทั้งคู่ ก๊ากกกกก55555

discovery ที่เกาะหมาก.............................................
discovery ที่ไม่มีทางลืม............................................
Thursday, September 9th 2004 - 10:18:46 AM
Name: Cha™
Comments:อย่าไปกระตุกต่อม งอน สิวะ เดี๋ยวก็ซวยกันหมดหรอก
กูยิ่งหวั่นๆ อยู่
Wednesday, September 8th 2004 - 03:03:21 PM
Name: Bic
Comments:สงสัยต้องได้ง้อมึงอีกและ ปีนี้ ต้องง้อแม่งทุกปี อีห่า
ธุรกิจเยอะเหลือเกินน่ะมึง 55555
Wednesday, September 8th 2004 - 01:44:25 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:งวดนี้กูยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปหรือเปล่านะ
Tuesday, September 7th 2004 - 10:19:25 AM
Name: Bic
Comments:กูขอเอาเบ็ดติดไปด้วยน่ะ.......................
Monday, September 6th 2004 - 02:03:41 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:

เหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ถูกสร้างสรรค์จากฝีมือของ อีเลน่า วอตซี่ ที่ออกแบบโดยเน้นสไตล์กรีกโบราณ
ด้านหน้าของเหรียญ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้เลือกใช้ภาพของเทพเจ้ากรีกโบราณ กำลังบินอยู่เหนือ สนามแพนอะเธียนิก ซึ่งเป็นสนามแห่งแรก ที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ สมัยใหม่ เมื่อปี 1896 ทั้งยังให้ความหมายถึงการหวนกลับมาอีกครั้ง กับการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ ของ กรีซ ที่ห่างจากครั้งแรกเป็นเวลายาวนานถึง 108 ปีเต็ม
ส่วนด้านหลังของเหรียญ ด้านบนสุด คือ สัญลักษณ์ของ "เอเธนส์เกมส์" ต่อด้วยโคลงสวด โอลิมปิก ครั้งที่ 8 ของพินดาร์ ที่แต่งไว้ในช่วง 460 ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งกล่าวสรรเสริญถึงชัยชนะของ อัลคิเมดอน แห่ง เอจิน่า ในกีฬามวยปล้ำ และซ้อนด้วยรูปของเปลวเพลิงคบไฟ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของศึกโอลิมปิกเกมส์
สำหรับจำนวนเหรียญรางวัลของ "เอเธนส์เกมส์" มีจำนวนทั้งสิ้น 1,130 เหรียญทอง, 1,130 เหรียญเงิน และ 1,150 เหรียญทองแดง

Wednesday, August 25th 2004 - 07:40:39 PM
Name: Cha™
Comments:รักทุกคน
Thursday, August 19th 2004 - 07:01:13 PM
Name: ป่าน
Comments:อารมณ์ขัน ในหลวง

--------------------------------------------------------------------------------
1. ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุด แห่งนึง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯคนปัจจุบัน บังอาจถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้" ท่านพูดเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์ ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่

2.เราจับได้แล้ว ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ....ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ "ก้าวไกลไทยทำ" วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 "The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej's reign" (Board of Investment Fair 1995 BOI) หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์) ภายในศาลาแต่งเป็น "พิภพใต้ทะเล" โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด "Magic Vision" น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์ พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับไ ม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "เราจับได้แล้ว" พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ "อยู่ในนี้" ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้ บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้...

3. หมึกไม่ออก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนงค์รัตน์ สุขุม ........วันที่ 19 กรกฎาคม 2526 เป็นวันพระราชทางปริญญาบัตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่นายกสโมสรอาจารย์จะเป็นผู้ดูแลถวายปากกาให้ทรงลงประปรมาภิไธย แต่ในปีนั้น ดิฉันในฐานะอุปนายกสโมสรอาจารย์ได้รับหน้าที่นี้แทน ก่อนจะเสด็จประราชดำเนิน เราก็ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง อย่างระมัดระวังที่สุด โดยเฉพาะปากกาลองกันหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแน่ พอเสด็จฯ มาถึงท่านก็ทรงลงประปรมาภิไธย ปรากฏว่าทรงจรดปากกาลงไปแล้วแต่ไม่มีหมึกออกมา เราก็ตกใจมากเลย ไม่รู่จะทำยังไงดี นึกในใจว่าเป็นความบกพร่องของเราแน่ๆ ลองมากไปจนหมึกหมด ดิฉันก็เลยถวายกระดาษทิชชูเปล่าๆ ที่อยู่ในมือให้ท่าน เพื่อจะให้ท่านทรงเช็ดปากกา แต่ท่านทรงพระเมตตามากเลย สีพระพักตร์ที่ท่านมองดิฉันเหมือนกับจะตรัสว่า "ไม่ต้องตกใจ" แล้วก็ทรงนำปากกามาลองที่มือดิฉันที่มีกระดาษทิชชู่ ปรากฏว่าหมึกออก จากนั้นก็ทรงหันไปลงพระปรมาภิไธยในสมุด พอท่านเสด็จพระราชดำเนินไปแล้ว ทุกคนก็รีบเข้ามาดูกระดาษที่ทรงลองปากกาแผ่นนั้นกันใหญ่ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า "พี่ๆ ขอหน่อยเถอะพี่ จะเอาไปเป็นมงคล" ก็เลยแบ่งให้อาจารย์ไปส่วนหนึ่ง...

4. ทุกข์ยามดึก พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยสำนักงานโครงการพระดาบส อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข .....การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็ฯการแก้เหงา ก็มีที่จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ "ปทุมวัน" กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า "โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ 1 ตู้"
Thursday, August 19th 2004 - 09:24:26 AM
Name: ป่าน
Comments:อารมณ์ขัน ในหลวง

--------------------------------------------------------------------------------
1. ในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุด แห่งนึง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯคนปัจจุบัน บังอาจถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้" ท่านพูดเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์ ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่

2.เราจับได้แล้ว ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ....ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ "ก้าวไกลไทยทำ" วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 "The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej's reign" (Board of Investment Fair 1995 BOI) หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์) ภายในศาลาแต่งเป็น "พิภพใต้ทะเล" โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด "Magic Vision" น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์ พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับไ ม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "เราจับได้แล้ว" พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ "อยู่ในนี้" ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้ บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้...

3. หมึกไม่ออก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อนงค์รัตน์ สุขุม ........วันที่ 19 กรกฎาคม 2526 เป็นวันพระราชทางปริญญาบัตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่นายกสโมสรอาจารย์จะเป็นผู้ดูแลถวายปากกาให้ทรงลงประปรมาภิไธย แต่ในปีนั้น ดิฉันในฐานะอุปนายกสโมสรอาจารย์ได้รับหน้าที่นี้แทน ก่อนจะเสด็จประราชดำเนิน เราก็ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง อย่างระมัดระวังที่สุด โดยเฉพาะปากกาลองกันหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแน่ พอเสด็จฯ มาถึงท่านก็ทรงลงประปรมาภิไธย ปรากฏว่าทรงจรดปากกาลงไปแล้วแต่ไม่มีหมึกออกมา เราก็ตกใจมากเลย ไม่รู่จะทำยังไงดี นึกในใจว่าเป็นความบกพร่องของเราแน่ๆ ลองมากไปจนหมึกหมด ดิฉันก็เลยถวายกระดาษทิชชูเปล่าๆ ที่อยู่ในมือให้ท่าน เพื่อจะให้ท่านทรงเช็ดปากกา แต่ท่านทรงพระเมตตามากเลย สีพระพักตร์ที่ท่านมองดิฉันเหมือนกับจะตรัสว่า "ไม่ต้องตกใจ" แล้วก็ทรงนำปากกามาลองที่มือดิฉันที่มีกระดาษทิชชู่ ปรากฏว่าหมึกออก จากนั้นก็ทรงหันไปลงพระปรมาภิไธยในสมุด พอท่านเสด็จพระราชดำเนินไปแล้ว ทุกคนก็รีบเข้ามาดูกระดาษที่ทรงลองปากกาแผ่นนั้นกันใหญ่ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า "พี่ๆ ขอหน่อยเถอะพี่ จะเอาไปเป็นมงคล" ก็เลยแบ่งให้อาจารย์ไปส่วนหนึ่ง...

4. ทุกข์ยามดึก พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยสำนักงานโครงการพระดาบส อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข .....การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็ฯการแก้เหงา ก็มีที่จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ "ปทุมวัน" กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า "โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ 1 ตู้"
Thursday, August 19th 2004 - 09:22:25 AM
Name: Forever Friends™
Comments:
Wednesday, August 11th 2004 - 03:21:44 PM
Name: Bic
Comments:ไว้กูหาอะไรที่ยาว ๆ กว่ามึงแล้วจะมา เกทับมึงน่ะ ไอ้เหี้นป่าน55555

พักตลิ่งไหมหล่ะมึงไอ้ชา...

วันนี้วันเกิดไอ้เอกน่ะ................ love is all around you......
Wednesday, August 11th 2004 - 11:09:03 AM
Name: Cha™
Comments:พักตรงนี้ ดีกว่า หยุดและพักให้คลาย หายเหนื่อย
สายลมไหว โชยเอื่อย เหนื่อยให้คลาย ได้แรงกลับคืน เหมือนเดิม

เพราะทางนั้น ไกลอยู่ และไม่รู้ต้องเดินอีกไกล เท่าไหร่
มีเรื่องราว มากมาย ที่ยังคอยให้เราเข้าไป พบเจอ

ที่ตรงนี้ นั้นมีต้นไม้ มีร่มเงาให้นอนสบาย พักผ่อน
ลมไม่แรง แสงแดดไม่ร้อน มีฟ้าเอาไว้ห่มนอน และรักแท้ จริงใจ

พักตรงนี้ ดีกว่า เหนื่อยมานานกับความสับสน วุ่นวาย
นอนเถอะนอน ให้สบาย ตื่นขึ้นมาแล้วเดินต่อไป ตามทาง
Monday, August 9th 2004 - 02:32:55 PM
Name: ป่าน
Comments:ยาวหน่อยนะ

คนที่เกิดในช่วง 2517-2529 (อ่านแล้วอดยิ้มไม่ได้)
ว่ากันไหมครับ สิ่งต่างๆมันเกิดมาคาบเกี่ยว
ในช่วงเวลาของคนที่เกิดในปีเหล่านี้
จนอดคิดไม่ได้ว่าทำไมเราช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ ที่ได้เกิดมาทัน

แต่ใช่ว่าคนที่เกิดปี พ.ศ.ก่อนหน้าหรือหลังจากนี้จะไม่ดีนะครับ
แต่บางอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะอินกับคนยุคก่อนหน้าได้เลย
เพราะตอนที่พวกเค้าเป็นเด็กมันยังไม่มี ส่วนคนที่เกิดมาหลัง
เค้าก็จะไม่รู้จัก หรือมองมันเป็นอดีตไปแล้ว
จะให้มาซาบซึ้งอย่างคนยุคเราคงไม่มีทาง คือมันมีดีเป็นแต่ละยุคไป

แต่ยุคที่ว่านี้ แต่ละอย่างมันก็เข้ามาลงตัวจริงจริง

ในยุคที่

1.คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้เล่น มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง รีรีข้าวสาร
เป่ากบ ฯลฯ โดยไม่ต้องไปหาดูตามงานวัด หรืองานแสดงศิลปะวัฒนธรรม

2.คุณเกิดมาร้องเพลงขอมอบดอกไม้ในสวนได้ทัน ในยุคที่พี่แจ้ นกแล
นิติธัตน์ ยังดังและเมื่อโตขึ้น คุณก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะฟังดีทูบี

3.คุณได้เห็นคาราบาวยุคก่อนประวัติศ่าสตร์ เฟื่องฟู และเสื่อมถอย
(เรเนซองค์)

4.คุณได้เห็น ก็อต จักรพันธ์ (คนเดียวกับ เจ้าชายลูกทุ่ง)
ยังร้องเพลงสตริงวัยรุ่น และคณะวงดนตรีชื่อดังอย่าง แอ๊ดเทวดา
(ยังติดคุก)

5.คุณเกิดมาทันพอดีในยุคที่
รองเท้าและถุงเท้านักเรียนแลกซื้อของเล่น
(หลอกเด็ก) และหลังจากหมดยุคคุณ มันก็ไม่ทำมาหลอกเด็กอีกเลย

6.คุณโชคดีที่เกิดมาทันในยุคที่เมืองไทย มีดาราเด็กชื่อดังอย่าง
น้องตูมตาม เพราะสามารถนำมาเปรียบเทียบ กับความน่ารักของ น้องพลับ
ในยุคนี้ได้

7.คุณโตมาพร้อมกับโงกุน ดราก้อนบอล
มันออกฉายทีวีครั้งแรกปี2529 –2538
หนังสือการ์ตูนอัพเดท ทุกสัปดาห์ มีพิมพ์ทุกสำนัก
ไม่มีการดองเพราะยังไม่มีลิขสิทธ์ อ่านแล้วไปดูช่อง9อีกยังมันส์
ถามเด็กผู้ชายยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จักพลังคลื่นเต่า
กินเวลา10กว่าปีถึงจะจบ ( แต่เด็กรุ่นใหม่ใช้เวลาอ่านแค่วันเดียว)

8.สุดยอดแห่งการ์ตูนก็มีในยุคนี้ เช่น เซ็นต์เซย่า เจ็ทแมน จีบัน
เกียบัน ชาลีบัน ซึบาสะ นายมดแดง อุลตร้าแมน เซเลอร์มูน รันม่า1/2
ฯลฯ มันก็เข้ามาฉายตอนเราอยู่อนุบาล -ประถม
แล้วพอขึ้นชั้นมัธยมมันก็ค่อยๆหายไป (แล้วฮีโร่ของเด็กยุคนี้ล่ะ จา พนม)

9.คุณเกิดมาทันพอดี กับช่วงเกมกด วีดีโอเกม คอนตร้า มาริโอ พอโตขึ้น
ก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะเล่น play station และทามาก็อตจิ

10.จงเติมคำในช่องว่าง
มดแดงกำลังเป่าปี่ มานี…………… ........................มานะชอบใจ
ไม่ยากใช่ไหมสำหรับเพลงดังในยุคคุณ
(ระวังเจ๊เบียบและกรุณาอย่าอิจฉาพี่มานะ)

11.ในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น คุณก็โตมาพร้อมกับอาร์เอส
ยุคที่นักร้องอายุไล่เลี่ยกับคุณออกเทปกันให้ควั่ก และคุณยังได้เห็น
ตำนานร็อค หรั่ง หินเหล็กไฟ เสือ อิทธิ ไฮร็อค
ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา
หลังการเข้ามาของเต๋า ทัช บอยเก๊าท์แก๊งใจง่าย
หลังจากนั้นก็เป็นยุคทองของอาร์เอส โดยแท้จริง (แต่นั่นมันอดีต
ยุคนี้เขาห้ามเอาของเกี่ยวกับอาร์เอสเข้าบ้าน)

12.หนังไทยก็ทำมาตามวัยของคุณ แล้วมันก็มีเยอะจริงๆ อนึ่งคิดถึงฯ
น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ ปีหนึ่งเพื่อนกัน กระโปรงบานขาสั้น
โลกทั้งใบ เด็กเสเพล พอคุณโตเข้าหน่อยก็มีหนังอย่าง โอเนกาทีฟ จักรยานสีแดง
แล้วที่ทำมาโดนใจคนยุคนี้จริงๆ อย่างหนังระลึกชาติ แฟนฉัน

13.คุณโชคดีมากๆที่เคยร้องไห้ ตอนฟังเพลง เราและนาย ของโลโซ
ในงานวันปัจฉิมนิเทศน์ เพราะตอนนี้
คงไม่ทีใครเสียน้ำตาให้กับเพลงนี้อีกแล้ว
เพราะเนื้อเพลงช่างตรงข้ามกับภาพลักษณ์ของวงสิ้นดี

14.คุณได้ซึมซับอารมณ์ และบรรยากาศของการเข้าฉายครั้งแรก
ของสุดยอดหนังตื่นตา ตื่นใจในยุคนั้นอย่าง terminater2 jurassic
park speed-เร็วกว่านรก (ภาคหลังอย่าได้พูด)

15.คุณรู้ว่า “ช้าไปต๋อย”
คือคำพูดที่สุดฮิตของโฆษณาชิ้นหนึ่งในยุคของคุณ
หาใช่ความหมายที่เด็กเข้าใจว่า ต๋อย ปลาร้า เชื่องช้าแห่งไอทีวีไม่

16.รองเท้าแตะในตำนานอย่าง scholl (สกอลล์)
ก็มาฮิตที่สุดในยุคคุณนี่แหละใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง ( ร้อยละ 70
ของเด็กวัยรุ่นในยุคนั้นโดนขโมยแต๊บมาแล้ว)

17.คุณเกิดมาทัน ได้ดูลิเวอร์พูลยุคล่าอาณานิคมยุค’80
และตกเป็นเมืองขึ้นยุค’90 จนถึงปัจจุบัน

18.ตอนมัธยมสิ่งที่ทำให้คุณบ้าบาสเกตบอลเพราะชิคาโก้บูล ร็อตแมน
โอนีล พิพเพน จอร์แดน และการ์ตูนแสลมดังค์ ไม่ได้บ้าเพราะอยากโชว์สาว

19 มีหมากฝรั่งบุหรี่ด้วย อิอิ กินแล้วโดนดุประจำ

20 ตอนเรียนภาษาไทย ต้องท่องพระเวสสันดรด้วย

21 เรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์

22 ดูดาวพระศุกร์ .. สายโลหิต เวอร์ชั่น ศรราม สุวนันท์

23 ดูนิทานชีวิต ช่องเจ็ด ที่เป็นเลือด

24 10ปีที่แล้วเจ้าขุนทองเป็นยังไง 10ปีให้หลังเจ้าขุนทองก็ยังอยู่ มันไม่แก่ขึ้นเลยว่ะ

25 คุณได้เห็นยุคที่นักฟุตบอลไทยยังเป็น Dream Team จนปัจจุบันกลายเป็น
ฝันค้าง

26 3 หนุ่ม 3 มุม

27.window 95 โอ้ว..... จอร์จ มัน ยอดมาก
word ,excell, access 97 ใช้ยากจริงๆ..

28.packlink, 1145 ใช้ส่งข้อความ เป็นไรที่ วัยรุ่น hit hot มากค่ะ

29.ยุคเฟื่องฟูสุดขีด ของ วง Micro อารมณ์ "ขอมือ ขวา หน่อยคร๊าบ"

30.มุข นายก ชวน ยัง เล่นได้เสมอ "เอ่อ ผมคิดว่า.... ในกรณีนี้
เรายังไม่ควรรีบด่วน......ตัดสินใจ ควรจา... ยืดวาระ ในการ
พิณาาาาา........ ออกไป ซัก 10 ชาติก่อน "

31.แผ่นซีดี ยังราคา 250 บาท... ทั้ง Grammy และ RS.

32.เจ้าพ่อ เซี่ยงไฮ้.... ฉายแล้วฉายอีก.. ไม่รู้ ทำไม เจ้าพ่อ
มันออกลูกดก เหลือเกิน... ดนตรีเปิดตัว มาพร้อมกับ ท่าเดิน
อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อม ชุดสูท สวมหมวก...เท่ จริงๆ...

33.โอ้ว...... Internet .. สุดยอดส์... ใช้ chat ได้ด้วย..

34.หนังจีน... เล่นไพ่ โคตรสารพัด เทคนิค ในการโกง... คนตัดคน ภาค 1 2
3 พระเอกต้องโง่ก่อน แล้วมาเก่ง สุดๆ... ได้อาจารย์ ที่เก่งกว่า
ตัวโกง.. แต่ถูกโกง แล้วมาถ่ายทอดฝีมือ โคตรเซียน ให้ลูกศิษย์

35.โฆษณา ฮิต "อยากรู้เรื่อง ยาคู๊...ถามสาว ยาคู๊ สิคะ

36.หนังจีนทุกเรื่อง มีประโยคฮิต "ใครฆ่าท่านพ่อ ..
ท่านแม่..อาจารย์"
"แก้แค้น 10 ปีไม่สาย" "บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ"
และที่ขาดไม่ได้..... ถ้ามีฉากในพระราชวัง...
-ข้าน้อยมีตา หามีแววไม่.. (มันเป็น หมีแพนด้า หรอเนี่ย)
-ข้าน้อย สมควรตาย..
- ก่อนตาย เพื่อนพระเอก พระเอก หรือนางเอก จะต้อง... โอ้ว..
(หายใจไม่ออก) ใกล้ตายเต็มทน แต่ยัง
ยืดเยื้อไปได้อีกหลายซีนนนนนน..........
-ยุคนั้น... บูมมาก สำหรับ "ดาบมังกรหยก" "ศรราม เล่นเรื่อง
"เหินฟ้า" ตะวันชิงพลบ , เบิร์ด ยัง โฆษณา ฟิล์ม โกดัก.. โหว่ โว โว เย๊......
(ท่อนหลัง เข้าใจว่า เป็น ภาษา อารบิก ฟังไม่รู้เรื่อง)

37.ทำบัตรประชาชน มีออกใบเหลือง อีกสามเดือน มารับ.... รูปที่ได้
มาติดบัตร... แมร่ง..ใช่ผม เหรอวะ

38.ไม่มีรายการ "ถึงลูก ถึงคน" เจอแต่
"มาตามนัด"
"ฝันที่เป็นจริง"
..ตาวิเศษ เห็นนะ ฯลฯ

39.ประธานาธิบดี จอห์น เอฟเคเนดี..ยังมีประโยคเท่ห์ ๆ ให้ฟังก่อน
ตาย.."อย่าถามว่าประเทศชาติให้อะไรแก่ท่าน..... "

40.เขาทราย ดิ..... เก่งที่สุด..ดูต่อยมวยทีไร ชนะทุกที...

41.สุดยอดเพลงฮิต..
-หมากเกมส์นี้ (อินคา)
-บูมเมอแรง (ป้า เบิร์ด...
-ดอกทานตะวัน กะ ไม้ขีดไฟ ( วิยะดาโกมารกุล) ฯลฯ

42 เป็นสมัยที่ เราเริ่มใช้คอมกันด้วย Dos แล้วก็ได้เห็นการมาของ
window แล้วอาจจะได้พบกับจุดจบ หึหึ

43 เราได้ดูมังกรหยกทุกภาคทุกเวอร์ชั่นทั้งจอแก้วและจอเงิน

44 เราได้กินไอติมแท่งตราจรวดแถวบ้าน

45 เราได้เรียนรู้พร้อมกับมานี มานะ ปิติ วีระ เพชร ชูใจ จันทร ฯลฯ

46 เราได้ดูอิคคิวซังตั้งแต่เด็กยันโต ทำไรต้องนั่งมาทิ ใช้หมองก่อนปิ๊ง

47 เราทันอ่านศรีธนนท์ชัยกับความเจ้าเล่ห์แกมโกงของเขา

48 เราได้ดูหนังจักรๆวงศ์ๆทั้งช่อง ๓ จ. ถึงศ. และช่อง 7 ส./อ.

49 เราได้เที่ยวโดยเรือขณะที่น้ำเจ้าพระยา ยังใสแจ๋ว

50 เราได้ดูขวัญ เรียม บ้านทรายทอง แหวนทองเหลือง มนต์รักอสุร ผยอง
ฯลฯ ที่ทำซ้ำไปซ้ำมา

51 เราได้เล่น dos ก่อน windows และ linux

52 เราเล่นgameboysตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก จนปัจจุบันอันเล็ก

53 เราเล่นกล้องตั้งแต่กล้องใช้แสงจนมาถึงกล้องดิจิตอล

54 เราโทรทางไกล เขียนจม.ถึงเพื่อนต่างจังหวัด ยังมาใช้มือถือ เล่น
net ใช้ e-mail

55 เราเห็นชายหาดยังขาวสวย จนเกาะช้างมีเครื่องบินไปถึง

56 เรานั่งรถเมลล์จนมีรถไฟฟ้าใต้ดิน

57 เราทันสี่แผ่นดิน ๒เวอร์ชั่น

58 เราดูคู่กรรมตั้งแต่พี่เบิร์ดหนุ่ม จนเป็นศรราม

59 เราใช้กล่องดินสอกิ๊กก๊อกที่มีแถบแม่เหล็ก จนเป็นถุงดินสอ

60 เราใช้ดินสอไม้ พอลโล่ โดบี้ ยัน rotting

61 เรามี bmx ขี่

62 เราเต้นแร๊พตามแบบพี่ทัช

63 เราใส่รองเท้าที่ร้อยเชือกสีสะท้อนแสงแบบที่เดี๋ยวนี้มันเสี่ยวแล้ว

64 โดเรม่อนเป็นสิ่งที่มีมาควบคู่กับเรา

63 ได้อยู่ทั้ง พฤษภาทมิฬ เมษาทมิฬ

64. ในโรงเรียนจะมีหลุมลูกแก้ว และเส้น อยู่เต็มไปหมด

65. ในยุคที่อีริค คันโตน่า ไมเคิล จอแดน อังเดร อากัสซี่
เป็นตัวแทนของ 3 กีฬาที่เรารู้จัก

66. เราโตมาทันเห็น dragon ball กำเนิด ยัน
ตายจากเราไปจำได้ว่านานมาก

67. ขบวนการเรนเจอร์ทั้งหลาย...
- ทำไมต้องมี 5 คน
- ทำไมต้องมีตัวที่ 6 โผล่มาทุกเรื่อง (มาแล้วก็ไป
แต่ยังทิ้งหุ่นยนต์ไว้ให้)
- ทำไมนายตัวที่ทำตัวเป็นหัวหน้าทีมต้องเป็นสีแดง
- ทำไมผุ้ร้ายต้องอยากคลองโลก แล้วต้องเป็นญี่ปุ่นด้วย
- ทำไมตัวกิ๊กกิ๊วเป็นร้อยถึงสู้นาย 5 ตัวไม่ได้
- ทำไม......

68. ได้เห็นรายการสัมผัสที่ 6 ที่เดี๋ยวนี้เห็นว่ากลับมาฉายอีก

69. เราได้เรียนมัธยม 3เทอม จนเปลี่ยนมาเรียน 2 เทอม

70. เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์มือถือตั้งแต่กระติกน้ำจนถึงกล่องไม้ขีด


71.ตอนนั้นจำได้ว่ามีสะสมสติกเกอร์ที่แถมมากับขนมที่เป็นรูปดรากอนบอลอะ
แล้วมันก็ไม่เคยครบเลย

72.ดูตั้งแต่คริสติน่า อากีล่า
ตั้งแต่สาวๆจนเป็นป้าไปแล้วพร้อมๆกับพี่เบิร์ด

73.เราได้เห็นการลุ้นผล Ent ตั้งแต่แบบสอบครั้งเดียว จนกระทั้งผล
Ent ที่สามารถจะโกงกันได้
Thursday, August 5th 2004 - 08:41:38 AM
Name: Cha™
Comments:วันนี้...เจอกันที่ ตลิ่ง นะครับ เพื่อนๆ ขอเป็นสัก 2 ทุ่มละกันนะ มีธุระนิดหน่อย แต่ไปแน่นอน...ไปนอนด้วย

ใครคิดถึง ก็มาเจอกันได้เลยนะครับ
Saturday, July 17th 2004 - 10:18:32 AM
Name: Bic
Comments:ตอนนี้เปลี่ยน mail เหมือนกันน่ะ

zethzone@yahoo.com

ขอเด็ด ๆ เน้อออออ....
Tuesday, July 13th 2004 - 10:33:47 AM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:
พระราชดำรัส
พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ
วันพฤหัสบดีที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
(ฉบับไม่เป็นทางการ)

ขอขอบใจนายกฯ และท่านทั้งหลาย ทั้งข้างในและข้างนอก ที่ได้มาชุมนุมกัน เพื่อให้พรในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งนับว่าเป็นกำลังใจที่จะมีชีวิตการทำงานต่อไป ที่นายกฯ ได้พูดถึงกิจการที่ได้ปฏิบัติมาในรอบปี ก็ความจริงในรอบปีนี้ สำหรับส่วนตัวไม่ได้ทำอะไรมากนัก เพราะว่ากำลังกายไม่ค่อยดี ประกอบด้วย การไปเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง และเมื่อเข้าโรงพยาบาลจะต้องฟื้นกำลัง เมื่อเดือนก่อนนี้ได้เข้าไปตรวจร่างกาย และใช้เครื่องสมัยใหม่สำหรับตรวจดู เมื่อตรวจดูแล้วเขาให้ดูผลด้วยเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งถือว่าเป็นเอกซเรย์ธรรมดาแต่ว่าสมัยใหม่ที่สุด เวลาเขาเอามาให้ดูก็ตกใจว่า เราข้างในเป็นอย่างนั้น เขาก็ปลอกเปลือกหมด เขาเอาออกหมดแม้แต่กระดูก เขาก็หักกระดูกไปให้เห็นข้างใน เลยดู ดู ทำไมเราเดินไม่ตรงเพราะว่ากระดูกมันคด อย่างที่ว่า คดในข้องอในกระดูก เรางอจริงๆ กระดูก

เราก็เชื่อว่า ทุกท่านถ้าไปเข้าเครื่องนั้นคงงอ งอเหมือนกัน ไม่ทราบว่าจะคดเหมือนกันหรือเปล่า แต่ว่าดูแล้วก็ตกใจ แล้วก็ไอ้งอในกระดูกนี่ มันก็ทำให้ประสาทที่อยู่แถวๆ นั้น ถูกบีบไป เลยทำให้เดินไม่ตรง อย่างบางคนเขาบ่นว่า พระเจ้าอยู่หัวหมู่นี้ทำไมเดินไม่ตรง ใจมันตรงแต่ว่ากายมันไม่ตรง แต่ที่น่าดีใจอย่าง ที่สันหลังนั้น มีแห่งหนึ่งที่ชำรุด ชำรุดมาประมาณ ๓ ปี ๔ ปีแล้ว ก็แพทย์เขาก็บอกว่าอันนี้ต้องซ่อมแซม อาจจะต้องผ่าตัด หรืออาจจะต้องใช้วิธีสมัยใหม่ คือ ใช้กาวตราช้างไว้ติด เมื่อทราบจากแพทย์เขาบอกว่า สมัยใหม่นี่เขามีนะ กาวตราช้างสำหรับให้กระดูกมันอยู่ดี เราก็คิดว่า เราก็ปฏิบัติเองได้ กาวตราช้าง กาวอีพ็อกซี่เคยใช้มามาก โดยเฉพาะกาวอีพ็อกซี่ แต่ใช้สำหรับสร้างเรือ เรือใบก็ใช้กาวอีพ็อกซี่มันทนมาก แล้วใช้ก็ไม่ยากนัก ก็เลยนึกว่าน่าจะใช่

ไปดูเอกซเรย์ เห็นตรงที่เป็นเหมือนว่าเอากาวอีพ็อกซี่ไปปะไว้ ปะฝีมือไม่ดีนัก เพราะว่ามันเลอะไปข้างๆ แต่ไม่เสียหาย แต่ตรงที่จำเป็น ตอนแรกกระดูกมันแหลมๆ เดี๋ยวนี้กระดูกมันป้าน มันก็ดูสวยดี หมายความว่าใช้ได้ ตรงนั้นไม่มีปัญหา แล้วก็ประสาทก็ไม่กระทบกระเทือน เป็นอันว่า จากการไปเข้าโรงพยาบาลก็ทราบว่า ร่างกายมันดีขึ้นแล้ว ก็ปรากฏว่า ที่หลังมีการเดินก็ดูดีขึ้น ไม่เขย่งเหมือนก่อนนี้ แต่ยังมีอีกแห่ง ที่ยังซ่อมไม่เสร็จ ต้องใช้เวลานานกว่าจะซ่อมในกระดูกนี่ ก็นึกว่าน่าจะทำได้ ให้ร่างกายมันสมบูรณ์ แต่ใน ๒ ปีที่ผ่านมา ได้เข้าทำการผ่าตัด ๓ ครั้ง ไม่นับที่หัวใจ

นับที่ที่เขาเรียกว่า เออร์เนีย มันมี ๒ ข้าง เราก็ประหลาดใจที่ว่า เออร์เนียโดยมาก ก็เขาทำกันข้างเดียว นี่เราก็ทำทั้ง ๒ ข้าง ข้างหนึ่งเป็นมันโป่งออกมา เขาก็ผ่าตัด ผ่าตัดแล้วก็ยัดเอาไส้ที่เลื่อนเข้าไปใหม่ และเอาตะแกรงไปเข้าคุก ให้ไส้มันเข้าคุก ไม่ให้ออกมาใหม่ เขาบอกไม่มีวันออกมา ได้จำคุกตลอดชีวิต อีกข้างหนึ่งเขาเลยบอกว่า เอ๊ะเราได้ท่าเอาออกมาบ้าง ออกมา อันนี้ตอนนี้ส่วนหนึ่งเป็นความผิดของการพัฒนา

วันนั้นไปที่ปราณฯ ไปที่เขาทำโครงการปลูกป่าชายเลน เขาก็อธิบายใหญ่ เดินไปดูที่เขาอธิบาย และที่เขาอธิบายนั้น เกี่ยวข้องกับการปลูกป่าชายเลน ว่าควรจะทำอย่างไร พอดีมีคนที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญทะเล ก็มา มาพูดถึงป่า ก็พูดถึงป่าบนภูเขา เลยไม่เข้าใจ คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญนั้น เคยเป็นผู้ต้องดูแลทรัพยากรทางทะเล มาที่ทะเลมาพูดถึงป่า เมื่อพูดถึงป่า ก็ไม่พูดถึงป่าชายเลนด้วยซ้ำ พูดถึงป่าบนภูเขา อันนี้มันผิดประเด็น แต่ก็อธิบายยืดยาวตามเคยของเขา ก็เลยทำให้ยืนอยู่ไม่ได้นั่ง คนอื่นก็เดือดร้อนไปด้วย เขาบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่นั่ง เขาก็นั่งไม่ได้

ก็มีผู้เฒ่า เราก็ผู้เฒ่า เขาก็ผู้เฒ่า เขาก็บอกไม่ไหวยืนขาชา ยืน ๒ ชั่วโมงครึ่ง ก็สำหรับผู้เฒ่ามันไม่ใช่น้อย ที่นี้ก็ได้มาดูนิทรรศการ ก็ได้เห็นเรื่องไม่ใช่ที่ปราณฯ เรื่องที่ภาคใต้ เขาอธิบายว่า คลองนั้นทำไม่ได้ เพราะว่าต้องตัดต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไทรนั้น เขาให้ตัดไม่ได้ เพราะว่ามีผี ผีจริงๆ ที่ต้นโพธิ์นั้น เพราะที่ต้นโพธิ์ ต้นไทรนั้น เป็นที่ที่เขาประหารชีวิตคนพวกผู้ร้าย แล้วที่นั้นเขาก็สร้างศาลเล็กๆ เพื่อที่จะทำให้ผีผู้ร้ายนั้นไม่อาละวาด แต่ถ้าไปตัดต้นไทรนั้น แล้วทำคลองตรงไป ชาวบ้านเขาบอกน่ากลัว กลัวเขาจะโดนลงโทษ ก็ดูๆ ไป นึกว่ามีวิธีที่ทำได้ง่ายๆ ก็คือ อ้อมต้นไทรนั้นออกมานิดหนึ่ง

แล้วถามชาวบ้านๆ ที่เขามาเล่าให้ฟังบอกว่า ถ้าเราให้ชลประทานขุดคลองคดลงไปนิดหนึ่ง เขาจะว่าอะไรไหม ที่ดินตรงนั้นนะ เขาบอกไม่เป็นไร ที่ดินตรงนั้นไม่ห่วง ขอให้เลี้ยงต้นไทรนั้น ก็เป็นอันตกลง ท่านรัฐมนตรีก็อยู่ที่นั่น แล้วก็ท่านอธิบดีชลประทานก็รับว่า จะไปทำ ก็ปรากฏว่า ทำได้แล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เสียหายอะไรเลย น้ำก็จะไหลได้ดี ก็เป็นอันว่าไป ไปดูป่าชายเลนก็ได้ผลในการพัฒนาถึงนครศรีธรรมราช คือ ไปดูอะไรที่ไหนก็เลยไป ทีหลังก็มาเจอผู้ที่มาจากพิษณุโลก บังเอิญชาวบ้านคนนั้น เขามาจากที่ ที่อยู่ใกล้แควน้อยของพิษณุโลกที่จะลงมาในแม่น้ำน่าน จำได้ว่าที่ตรงนั้น มันมีที่น่าจะใช้น้ำเพื่อจะทำเขื่อน ที่นับว่าใหญ่พอสมควร ที่จะช่วยในเรื่องถ้ามีขาดน้ำ ก็จะกักน้ำเอาไว้ และปล่อยลงมาสำหรับทำนา ทำการเกษตร

และทั้งในหน้าน้ำเวลาน้ำจะท่วม น้ำมาจากตรงนี้มันมาก จะทำให้แถวพิษณุโลก แถว ๖ อำเภอใกล้ๆ แถวนั้นน้ำท่วมเกือบทุกปี เพราะฉะนั้น ถ้าทำเขื่อนนี้ได้ก็จะดี แล้วก็ถามชาวบ้านว่า เห็นด้วยไหม เขาบอกเห็นด้วย ชาวบ้านนั้นเห็นด้วย บอกว่าเขาไม่ขัดข้อง มีคนที่จะเดือดร้อน อาจจะสัก ๒๐๐ – ๓๐๐ คน ก็เลยบอกเขาว่า ไปเจรจากับพรรคพวกที่นั้น บอกว่าทางราชการเขาจะช่วยหาที่ให้ และจะมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาก็รับ ทางรัฐมนตรี และอธิบดี ก็รับว่าจะไปทำไปดู เขาก็รีบไปดูแล้วรายงานนายกฯ นายกฯ ก็บอกว่า อย่างนี้ที่ตะกี้บอกว่า เวลาถึงอายุ ๘๐ ก็อีก ๔ ปี หรือ ๘๒ ก็ ๖ ปีก็สร้างเสร็จ

แต่ถ้าทำได้ดีโดยไม่มีปัญหา จะช่วยจังหวัดพิษณุโลก และช่วยอีกในเขตใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยานี้ด้วย ทำให้น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง เพราะว่าเขื่อนนั้น ก็จะจุได้มาก ภายหลังก็มีคนเอะอะโวยวายว่า ถ้าสร้างแล้ว จะมีแผ่นดินไหว ก็เลยบอกว่า แผ่นดินนี้ก็จะต้องศึกษา เพราะว่าทั่วทุกแห่ง แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้ ต้องศึกษา ถ้ามีร่องรอยที่จะร้าวได้ เรื่องโลกของเราไม่ได้แข็งแรง โลกของเรามีรอยร้าวเรื่อย เกิดรอยร้าวในดิน ในหินก็มี แล้วรอยร้าวในการเมืองมีมาก ฉะนั้นก็กลัวเหมือนกันว่า สร้างเขื่อนนี้ จะทำให้รอยร้าวในดินเกิด แผ่นดินไหวโครมมา เราก็จะเดือดร้อน

แต่ที่เดือดร้อนที่สุดก็คือ รอยร้าวในคน คนทุกคน คนเดียวก็ร้าวได้ อย่างที่กระดูกร้าว ต้องปะด้วยกาวอีพ็อกซี่ แต่ว่าระหว่างคนหลายคน ในหมู่คนมีรอยร้าว ก็ลำบากมาก จะต้องหาวิธีที่จะประสานสมานความร้าว นี่แถวหน้าทั้งแถว ผู้ใหญ่ทั้งนั้น ก็รอยร้าวกันเยอะ ระหว่างคนหลายๆ พวก ติดๆ กันไม่ติดกร๊อบๆ กันร้าว ไม่สามัคคีกัน อันนี้แหละ ควรจะพูดตอนท้าย ให้ท่านทั้งหลายผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน อย่าให้มีรอยร้าว เพื่อให้สามารถสมานสามัคคีกันได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ควรจะพูดตอนท้าย แต่นี่เพิ่งเริ่มพูด นี่ก็อย่านึกว่าจบแล้ว ความจริงจบเดี๋ยวนี้ก็ได้แล้ว พูดเยอะแล้ว

แต่อาจจะมีเรื่องที่น่าจะพูดมากกว่านี้ เพิ่งเริ่ม เริ่มถึงไปที่ปราณบุรีแล้ว ใช้ใจบินไปปักษ์ใต้ ที่นครศรีธรรมราช แล้วไปเยี่ยมต้นไทรซึ่งมีผีหลอก แล้วก็ไปที่พิษณุโลกสร้างเขื่อน หมายความว่า วันนั้นไปคุ้ม ไปดูเขาปลูกต้นโกงกาง แล้วก็ได้ทำโครงการเพิ่มเติม หมายความว่า ไม่ต้องไปไหนมาก แต่ก็ด้วยใจ เราสามารถที่จะไปพัฒนาทั่วประเทศ และพัฒนาทั่วทุกแห่ง เมื่อตะกี้คิดหลายอย่าง จากที่นายกฯ พูดว่า ยังมีอีกมากที่ควรจะทำ แล้วก็ที่ท่านนายกฯ พูดถึงว่า มีสื่อมวลชนมาพูด มาถามว่า จะต่อสู้ลัทธิที่คุกคามประเทศไทยเวลานั้น เขาถามจริงๆ นี่มันเป็นเวลา ๒๐ กว่าปี ปีนั้นกำลังวุ่นวาย เขามาสัมภาษณ์หลายครั้ง เราจำได้ทีเดียวที่เขาถาม

ถามในห้องทำงานว่า แผนที่ใหญ่อยู่ในฝา เราก็ให้เขาดูว่า เราไปทำอะไรที่ไหน เขาจึงถามว่า ที่ท่านทำนี้สำหรับต่อสู้ก่อการร้ายใช่ไหม เราบอกว่าก่อการร้ายอะไร มีก่อการร้ายทุกแห่ง ทั้งในเมืองก็มี แต่ว่าที่เราไป ไปดู เราไม่ใช่จะไปปราบก่อการร้าย พูดจริงๆ อย่างที่นายกฯ บอก เรามาสำหรับปราบความจน ความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเราปราบความจน ความเดือดร้อนของประชาชน เหตุก่อการร้ายอะไรต่างๆ ก็บรรเทา ไม่มี ถึงว่าจะต้องพยายามปราบความจน ในการปราบความจนนั้น ก็มี เรียกว่าต้องพัฒนาอาชีพ ความเป็นอยู่ของประชาชน คือ อาชีพไม่ใช่เพียงแต่ปลูกผัก ถั่ว ปลูกงาให้หลานเฝ้า แต่ว่าเป็นเรื่องของให้ความอยู่ดี กินดี ความรู้ การศึกษา

กล่าวว่า ต้องช่วยให้การศึกษาดีขึ้น เพราะว่าถ้าการศึกษาไม่ดี คนไม่สามารถที่จะทำงาน การศึกษาต้องได้ทุกระดับ ถ้าพูดถึงระดับสูง หมายความว่า นักวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ถ้าไม่มีการเรียนขั้นประถม ขั้นอนุบาล ไม่มีทางที่จะให้คนไทยขึ้นไปเรียนในขั้นสูง หรือเรียนขั้นสูง เรียนไม่ดี ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ดี เพราะว่าขั้นสูงนั้น ต้องมีรากฐานจากขั้นต่ำ ถ้าขั้นต่ำไม่ดี เรียนขั้นสูงต่างๆ ไม่รู้เรื่อง เมื่อไม่รู้เรื่อง ก็จะทำอะไรที่น่ากลัว เพราะว่าอย่างคนที่ทำระเบิดได้ ทำระเบิดได้ ซึ่งไม่ยากเลยทำระเบิดนี่ แต่ก่อนนี้นับว่ายาก แต่แท้จริงไม่ยาก ที่เขาระเบิดเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เกิดเรื่องตะวันออกกลาง เขาไม่ได้ใช้ระเบิดปรมาณูอย่างที่กลัวกัน ใช้ปุ๋ย เอาปุ๋ยมาใส่แล้วก็จุดระเบิดถุงปุ๋ย ระเบิดทั้งตึก

อย่างเมืองไทยก็มีเหมือนกัน เอาระเบิดตึกให้เอาระเบิดปุ๋ยมา แต่เดชะบุญ ที่ระเบิดปุ๋ยมีผีอยู่ ผีนั่นนะ ทำให้เจอได้ว่า มีระเบิดปุ๋ย ครั้งนั้น ก็หลายปีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีผีที่อยู่ในระเบิดนั้น ผีจริงๆ นะ ผีจริง คนเขาฆ่าแล้วเอาใส่เข้าไปในถังปุ๋ย ในถังปุ๋ยนั่น ผีมันทำยังไงไม่ทราบ มันโวยวายมา แล้วก็คนเข้าไปเจอ ทำให้เรื่องราวมันมีอยู่ว่า รถที่บรรทุกปุ๋ยนั้น บรรทุกระเบิดปุ๋ยมา ชนกับรถจักรยานยนต์ เขาก็หยุด เพราะว่าเขาก็กลัวเหมือนกัน ถ้าแล่นต่อไปเขาก็ถูกจับ คนขับก็ถูกจับ จะยังไงก็ถูกจับอยู่ดี จักรยานที่ถูกจับนั้นไม่ใช่ผี ผีมันอยู่ในระเบิด ก็เข้าไปเจอ ไปเจอผีในระเบิด

ผีในที่นี้ก็หมายความว่า คนตาย ก็เลยไม่ระเบิดมันก็เลยเป็นหมัน ไม่ได้ระเบิด แต่ที่เมื่อเร็ว ๆ นั้น ที่เขาไประเบิดตึกที่แบกแดด นั่นแหละ ใช้ระเบิดปุ๋ยนี่เอง ไม่ได้ใช้ระเบิดปรมาณู เพราะนี่ก็หมายความว่า วิชาการที่เรียนเอาปุ๋ยมาระเบิดตึก แล้วก็ไม่ได้วิชาการชั้นสูงนัก ไม่ใช่ไฮเทคโน ก็เคราะห์ดีตอนนั้นทราบ ไม่งั้นจะไม่เชื่อเลย ทราบแล้วว่า ปุ๋ย ปุ๋ยสำหรับปลูกข้าว ปลูกผักนั้น ทำเป็นระเบิดได้ เพราะว่าตอนที่มีก่อการร้ายที่แถวบุรีรัมย์ มีทหารเขามาพูด ทหารนี้เขาเกษียณแล้ว เกษียณแล้ว ตอนนั้นเป็นพันเอกพันโท เขาใช้ระเบิดปุ๋ยนี้ทดลอง แล้วเขาก็ถ่ายภาพยนตร์มาให้ดู ถ่ายวิดีโอมาให้ดู ระเบิดแรงมาก

เขาก็บอกว่า เราไม่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงใช้อย่างนี้ดี แล้วก็เขาก็ทำ ก็หมายความว่า ทหารไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เขาก็ใช้ ใช้ปุ๋ยนี้มา มาใช้เป็นระเบิด เพราะว่าทางราชการผู้มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ไม่ได้มีมากนัก แต่ว่าทหารในสนาม เขาก็คิดจะทำพัฒนาอาวุธ ที่จะทำให้ร้ายแรง ระเบิดได้ ระเบิดศัตรูได้ ที่พูดถึงคนที่มีความรู้ ถ้ามีความคิดผิดแปลกได้ ก็ทำอะไรๆ ได้มาก และทหารคนนั้น ก็เรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็หมายความว่า โรงเรียนนายร้อยก็สอนอะไรๆ ก็ดีเหมือนกัน แต่ดูเหมือนไม่ได้สอน ไม่ได้สอนการทำระเบิด แต่ว่าอย่างไรก็ตาม มีรากฐานความคิดที่แหวกแนว ถ้ามีความคิดแหวกแนวตั้งแต่เด็ก ก็สนใจที่จะพัฒนาอะไรๆ ได้มาก ถ้ามีความคิดสูงก็จะยิ่งดี

ที่เมื่อเร็วๆ นี้ พวกนักเรียนไปแข่งขันโอลิมปิก ไม่ใช่โอลิมปิกวิ่ง หรือโอลิมปิกกีฬา แต่โอลิมปิกวิชาการ หลังๆ นี่ ไปก็นับว่าดีขึ้น ได้เหรียญทองมาได้เพิ่มขึ้น แต่ก่อนนี้ไม่ได้ อันนี้ สมเด็จกรมหลวงนราธิวาสฯ พี่สาวสนใจมาก แล้วก็มาบ่นว่า คน นักเรียนมีความรู้ไม่พอ มีความรู้ไม่พอ เพราะว่ารากฐาน ฐานรากของการเรียนไม่พอ ไม่ดี แล้วก็ฐานรากจะมาจากไหน ก็มาจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนกระทั่งชั้นประถม ชั้นมัธยม และถึงขั้นอุดมศึกษา ต้องพัฒนาให้ดี และพัฒนาวิธีความคิด วิธีคิดให้มีความซุกซนในความรู้ คือ ซุกซนอยากเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ

ข้าพเจ้าเอง เรียนในชีวิตที่เรียนตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นที่เมืองไทย เข้าอนุบาล เข้าอนุบาลอายุ ๓ - ๔ ขวบ แล้วก็จนกระทั่ง ถึงเข้าโรงเรียนอายุ ๕ ขวบ แต่ก็ไม่ได้เรียนต่อในเมืองไทย เพราะว่าต้องตามเสด็จฯ ไปต่างประเทศ และไปเข้าโรงเรียน ก็ตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ ถึง ๑๗ ก็ไปอยู่โรงเรียน ตั้งแต่อนุบาล จนกระทั่งถึงขั้นมัธยมฯ ก็พยายามศึกษาในหลักสูตรของโรงเรียนที่เขามี ซึ่งก็นับว่าหลักสูตรของเขาดี เพราะว่าทำให้คิด เขาสนับสนุนให้คิด ไม่ใช่สมัยนี้ อย่างที่เมืองไทยเขาหาว่าครูบังคับนักเรียน แต่มาวิธีที่คิดใหม่ของรัฐบาล ต้องให้นักเรียนสอนครู ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเด็กเพิ่งเกิด เพิ่งเห็นโลก จะสอนครูได้อย่างไร

แต่จริงครูบางคนสอนไม่เป็น รัฐมนตรีบางคนก็สอนไม่เป็น แต่ว่าถ้าสอนให้ถูกหลัก จะทำให้เด็กสอนครูได้ ซึ่งไม่ใช่ว่าถ้าเด็กสอนครู แต่เด็กเกิดมีปัญหาอะไร ก็ให้ยอมให้เด็กพูดขึ้นมา เอ๊ะ นี่อะไร เท่ากับสอนครู คือ ถ้าเด็กร้องขึ้นมาว่า เอ๊ะ นี่อะไร โดยมากครูโกรธ ดูถูกครูแล้ว ทำโทษ หมายความว่าการปฏิรูปศึกษา จะต้องให้มีว่า ให้เด็กเกิดสงสัยได้ และอย่าไปนึกว่าสงสัยครู หรือสงสัยอธิบดี สงสัยปลัดกระทรวง สงสัยรัฐมนตรี อ้ะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีก่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการ

ถ้าเด็กร้องขึ้นมา เอ๊ะ นี่อะไร ฟังเอา อันนี้ที่หมายถึงฟังเด็ก เพราะว่าความที่เด็กไม่ใช่เขารู้ เรียนรู้มา แต่บางคนเขามี ความคิดที่แปลกๆ แหวกแนว เมื่อมีความคิดแหวกแนว เขาร้อง เอ๊ะ ให้ฟังเขา ต้องฟังเขา ที่บอกอย่างนี้เพราะประสบการณ์ของตัวเอง เมื่อเด็กๆ เราไปร้องเอ๊ะ ทำไมเป็นอย่างนั้น แล้วก็ครูก็ดี ครูฝรั่งที่เขาบอกว่า เขาอธิบายมาที่เอ๊ะนั้นคืออะไร เราพอใจ ก็สนใจต่อไป ที่ร้องเอ๊ะนี่ เขาไม่ได้สอนในโรงเรียน อย่างประวัติศาสตร์ เขาสอนเรื่องที่เดี๋ยวนี้เป็นปัญหา เมโสโปตาเมีย เขาสอน แต่สอนเพียง เล็กน้อย เราไปสนใจเมโสโปตาเมีย ก็คืออิรัก อิรักที่เป็นเมโสโปตาเมีย

เมโส ระหว่าง โปตาเมีย ก็แปลว่า แม่น้ำ แม่น้ำระหว่าง ๒ แม่น้ำ แม่น้ำไทกริส กับแม่น้ำยูฟราติช ที่ระหว่างนั้น เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก มีเมืองสำคัญๆ ในนั้น เขาก็สอน แต่ว่ามีเมืองบางเมืองสำคัญพอๆ กัน เวลานั้น ก็เป็นเวลาเกือบ ๗๐ ปีแล้ว เอ้อ ๗๐ ปีแล้ว เมื่อ ๔๐ ปีก่อนนี้ ที่ฝรั่งยังไม่ได้ศึกษาดี และยังไม่ได้สอน มาสมัยนี้ เมืองที่เราสนใจ เดี๋ยวนี้เขาถือว่าเป็นเมืองสำคัญกว่าเมืองแบกแดด เมืองบาร์บิโลน แต่ว่าเขาไม่รู้ พอดีได้ไปซื้อหนังสือมา แล้วก็ไปเจอเมืองที่เรียกว่า อูล ตอนนั้นไม่มีใครรู้จักเลย ครูก็ไม่รู้จัก เราก็เอ๊ะ ไปร้องเอ๊ะ มันน่าสนใจนะ ลงท้ายเลยไปซื้อหนังสือนั้นมาอ่าน และก็มีคล้ายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์โบราณ

แล้วมาเดี๋ยวนี้เกิดสงครามอ่าว สงครามที่ในเมโสโปตาเมีย สงครามที่อเมริกันกำลังไปอยู่ที่นั่น ลำบากใจ เราก็รู้ รู้ว่าภูมิประเทศ และคน ประชาชนแถวนั้น มีประวัติศาสตร์อย่างไร หลายพันปี ประวัติศาสตร์ในแถวนั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลก ซึ่งฝรั่งเขาถือว่า ประวัติศาสตร์ที่สำคัญมีประวัติศาสตร์อียิปต์ ประวัติศาสตร์เมโสโปตาเมีย ประวัติศาสตร์ตอนนั้นไม่รู้จักเท่าไร ประวัติศาสตร์จีน แต่ว่าเดี๋ยวนี้เขารู้จักประวัติศาสตร์อินเดีย ประวัติศาสตร์จีน อเมริกาไม่พูดถึงเพราะว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ใหม่ แต่ว่าในที่สุดก็มี เขาก็ศึกษาไป ก็ประวัติศาสตร์พวกเรียกว่า อินเดีย อินเดียน อินเดียนอเมริกัน อินเดียนเก่า

ที่เขาเรียกอินเดียนนั้น ที่อเมริกา เพราะว่าเขานึกว่าเดินทางไปเจอเมือง ไปเจอดินแดน เขานึกว่าไปถึงอินเดีย อินเดียภารตะ เขาก็เลยเรียกพวกนั้นว่าเป็นอินเดีย แท้จริงไม่ใช่ เป็นคนละเมืองคนละพวก ก็ศึกษา ข้าพเจ้าเองก็เกิดสนใจ สนใจประวัติศาสตร์ของพวกมายา พวกมายานี้ เพื่อนๆ เด็กๆ ก็ไม่รู้จัก เพราะว่าไม่เคยเรียน เขาสอน ไม่สอนในโรงเรียนครูไม่สอน เราก็ต้องสอนครู นี่ ก็แปลกอย่างนี้ เราก็ทำตามนโยบายของท่านนายกฯ มา ตั้งแต่ท่านนายกฯ ยังไม่เกิด เราสอน เราสอนครู และลงท้ายครูเขาก็ยอมรับ ดีอยู่ที่ครูยอมรับ เราก็เลยไม่ถูกดุ ไม่ถูกดุแบนไปเลย

แต่ท่านนายกฯ ก็เห็นว่าควรที่จะให้เด็กๆ สอนครูได้ ถูกต้อง แต่ว่าให้เด็กสอนครู จนกระทั่งครูไม่ได้สอนเด็ก อันนี้เป็นไปไม่ได้ ถ้าเด็กสอนครู เออมันไม่ก้าวหน้า ครูต้องสอนเด็ก ครูดีๆ ยังมี อย่างน้อยในนี้ก็มีครูที่ดีคนหนึ่ง คือท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ไปสอนเด็กๆ แบบให้เด็กสอนครู แต่สังเกตดู นายกฯ สอนเด็กให้เด็กสอนครู แต่ว่าท่านนายกฯ ไม่ยอมให้เด็กสอนนายกฯ ก็อันนี้แหละที่ท่านนายกฯ ไปสอนเด็ก ก็เป็นหมัน เพราะว่าท่านนายกฯ ไม่ยอมให้เด็กสอนครู อันนี้ก็ขอโทษนะ สังเกตดู และเห็นว่า ท่านนายกฯ สอน สอนแบบสอน สอนแบบโบราณ อย่างนี้ท่านนายกฯ ไม่ค่อยชอบ โบราณไม่ชอบ ชอบสมัยใหม่ ต้องไอที ไม่ต้องน้อยใจ ข้าพเจ้าเองก็เจอ

เจอก็เพราะว่าเมื่อตอนที่เขามีไอทีใหม่ๆ เขาบอกว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นไอทีคิง เป็นคิงที่เชี่ยวชาญไอที เราก็เหนียมเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าไอทีคืออะไร ไอทีเป็นอะไรไม่ทราบ เลยต้องศึกษา ต้องศึกษาว่า ไอทีคืออะไร ลงท้ายก็ไม่ค่อยรู้เรื่องไอที แต่ว่าทำท่ารู้ ก็ใช้ แต่ก่อนไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ ก็มาเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ ตอนแรกที่ใช้คอมพิวเตอร์ ตั้งใจจะใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่สำหรับทำการ รีเสิร์ช อะไร เนี่ย เราเลยติดท่านนายกฯ พูดภาษาฝรั่ง เขาว่าไอทีนี่จะต้องค้นคว้า วิจัย อะไรต่าง ๆ แต่เราไม่ได้ทำอย่างนั้น เราตั้งใจ ที่จะเขียนโน้ตดนตรี เพราะว่าเขียนด้วยมือมันไม่สวย ก็เลยดูจะเขียนโน้ตดนตรี เขาก็มีวิธีใช้ อะไรละมุนภัณฑ์ ละมุนภัณฑ์สำหรับดนตรี ละมุนภัณฑ์ไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็มันละมุน มันนิ่ม นิ่ม ก็เลยทำไปทำมา ละมุนภัณฑ์สำหรับดนตรีนั้น ก็ใส่เครื่องดนตรี เครื่องคอมพิวเตอร์ ใส่เข้าไป มันใช้ไม่ได้ดี

เราก็ตบแต่งของเราเอง ที่เขียนโน้ตดนตรีทุกวันนี้ ใช้ละมุนภัณฑ์ของตัวเอง แต่ว่ามันยาก เขียนยากแต่ก็ใช้ได้ ก็แก้ได้ เลือกที่ใช้ก็เลยลำบาก เพราะว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทุกวันนี้อายุ ๑๖ ปีแล้ว ๑๖ ปีได้มาเครื่องนี้ได้มาก่อนอายุ ๖๐ นี่ถ้านายกฯ ทราบก็อู้ ไม่ดี ต้องถวายเครื่องที่ทันสมัยหน่อย ความจริงได้รับเครื่องทันสมัยมา ๕-๖ รุ่นแล้ว ที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ ปีต่อไปก็มีอีกอันหนึ่ง เขาเอามาให้ ไม่ได้ซื้อ อันแรกเราซื้อไม่ทัน ใช้ล้าสมัยแล้ว ต่อมามีอีกอัน แล้วต่อมาอีกอันๆ ซิสเต็มก็เปลี่ยน จนกระทั่งเราไม่ไหว ตามไม่ทัน เราก็ใช้อันบุโรนั่นนะ อันบุโรซึ่งเดี๋ยวนี้กลัวว่าอีก ๒ ปีมันจะระเบิด เพราะว่าถ้าทำไม่ดีมันระเบิด มันมีทุระเบิดขึ้นมา เพราะว่าใช้มากเกินไป

แต่นึกว่าไม่เป็นไร เพราะเราใช้อย่างปัญญาอ่อนมาก คือไม่ใช้อย่างก้าวหน้า แล้วมานึกดูทำอย่างไร ที่จะใช้คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย จะได้ไม่ต้องอายนายกฯ เลยนึกว่า เมื่อคอมพิวเตอร์นี้หมดอายุจริง ๆ จะก้าวหน้ามาก ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ ตอนนี้ก็จะต้องเรียนแล้ว สอนครูไม่ได้ครูก็ไม่มีแล้ว ครูก็เกษียณหมดแล้ว ก็เลยนึกว่าจะต้องมาขอมาพึ่งครูทักษิณ ก็ไม่มีแล้วครูใน เมืองไทยไม่มีครูอื่น มีแต่ครูทักษิณ อีกหน่อยก็คงต้องเดือดร้อน นายกฯ ต้องเดือดร้อนเพราะว่าจะต้องมาสอน ไม่มีเวลาไปทำอะไรอื่น สอนอยู่นั่นนะ แล้วเราก็ไม่เข้าใจก็ต้องสอนอีก ลงท้ายนายกฯ ทักษิณ ก็บอกว่าข้าพเจ้า ครูข้าพเจ้าต้องฟังลูกศิษย์ เราก็ต้องสอนครูทักษิณ นี่มันเป็นอย่างนี้

สมัยใหม่ วิธีการศึกษาสมัยใหม่ของนายกฯ คืออย่างนี้ จะต้องสอนคุณทักษิณ ใครๆ ก็ต้องสอนทักษิณ แต่ว่ามันไม่ใช่บูรณาการ บูรณาการเราก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ตอนนั้นนายกฯ ไปประชุมก่อการร้ายที่บาหลี แล้วก็มีท่านรองนายกฯ มา มาบูรณาการซีอีโอ แล้วก็มึนเหมือนกันน่ะ ท่านพูดว่าอะไรบูรณาการ แล้วก็ซีอีโอ แล้วก็ไม่ทราบว่าท่านพูดอะไร ก็เลยอยากถามท่านเหมือนกัน เพราะท่านก็เป็นครู ทำไปทำมามาขอให้เราสอนซีอีโอ เราก็บอกมิบังอาจ มิบังอาจที่จะสอนซีอีโอ ซีอีโอ เขาใหญ่ เขาสั่งได้ทุกอย่าง แล้วตอนหลังปรากฎว่า ก็ถามเขา เขามาตอนนั้นที่เราเจอซีอีโอที่หัวหิน ไม่กี่วันที่หลังเราจะมาเรื่องเอเปกที่กรุงเทพฯ แล่นรถแล่นก็แล่นไม่ได้น้ำท่วม เขาบอกว่าแล่นรถไปไม่ได้ เพราะว่า น้ำท่วมรถนั่งไม่ได้มันจะลอยไป

ก็เลยไปเจอกับผู้ว่าฯ ซีอีโอ ผู้ว่าฯ ซีอีโอ เขาก็งงว่ารู้ได้อย่างไร เพราะผู้ว่าฯ ซีอีโอ เป็นคนเก่ง แต่ซีอีโอสั่งไม่ได้ ที่จริงซีอีโอจะต้องสั่ง แต่คนที่สั่งจะต้องรู้เรื่อง ท่านผู้ว่าฯ นั่นเพิ่งมา ๒ อาทิตย์ มาก็ไม่รู้จักที่เลยไม่เคยมา ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ทำหน้าที่ซีอีโอเหมือนกัน ก็เลยเละเลย เขาบอกว่าน้ำที่ถนนมีน้ำ ๑ เมตร ซึ่งรถแล่นไม่ได้ ทำไปทำมา ภายในชั่วโมงเขาบอก เขาจัดการได้แล้ว มีน้ำเพียง ๑๐ เซนติเมตร เอ๊ะเป็นยังไงนะ ตอนนั้นบอกว่ามีน้ำ ๑ เมตร หมายความว่าผู้ว่าฯ ซีอีโอภายในชั่วโมง ท่านเรียนรู้แล้ว สั่งอย่างนั้น ไม่ให้ปล่อยน้ำมาทางนี้ ให้ปล่อยน้ำไปทางโน้น ลงท้ายก็แล่นรถไปได้ มาที่เขาประชุมซีอีโอกัน มีสเตท วิสิท ตั้งสาม แล้วก็ท่านนายกฯ จัดหมด

แล้วขากลับแห้ง ถึงให้เงิน ๑๘,๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้เขาทำ เพราะว่าน้ำมันไม่ไป ไม่ลง เพราะน้ำถูกกักบีบคันเขื่อน ที่เขาทำไว้ สำหรับไม่ให้น้ำทะเลเข้ามา ตอนนี้น้ำทะเลไม่เข้า แต่น้ำจืดน้ำเขื่อนเขาปล่อยลงมา มันไม่ออก มันเป็นอย่างนี้ เรื่องวิธีปราบน้ำท่วม หรือน้ำแล้ง ถ้าน้ำแล้งก็ต้องกั้นเอาไว้ เพื่อจะให้น้ำเอาไว้เป็นประโยชน์ได้ แต่ถ้าน้ำมันมากก็ต้องปล่อยให้ออกไป ที่นี่ทำไม่ได้เพราะไม่มีทางออก เพราะกั้นน้ำทะเลไม่ให้เข้า น้ำจืดที่มาท่วม ๑ เมตร ก็ออกไม่ได้ ก็เลยให้ต้องตัดถนนหรือตัดเขื่อน ตัดคันป้องกันน้ำเค็มออก น้ำก็พรวดออกไป

หลักวิชาของชลประทานอันนี้ เป็นเรื่องของชลประทาน ที่เขื่อนเพชรรับน้ำจากแม่น้ำเพชร แล้วก็ยกระดับน้ำขึ้น อันนี้เป็นวิชาการชลประทาน ยกระดับน้ำขึ้น สำหรับดันให้เข้าไปในคลองส่งน้ำ น้ำนั้นเขาก็เอาใช้ออกไปในนา ในสวนที่ต้องการน้ำ ในยามปกติก็เป็นอย่างนั้น คลองมีเขื่อนยกระดับน้ำ แล้วดันเข้าไปในคลอง คลองซึ่งส่งไปที่ทำการเพาะปลูก แต่ตอนนี้น้ำมันมาก คลองนั้นจะต้องเป็นคลองระบายน้ำ ซึ่งที่เพชรบุรีไม่มีคลองระบายน้ำ มีแต่คลองส่งน้ำ ท่านอาจไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างคลองส่งน้ำ กับคลองระบายน้ำ ส่งน้ำก็เอาน้ำส่งไปในที่ที่ต้องการ ระบายน้ำแปลว่าเอาน้ำนั่นออกจากที่ที่ไม่ต้องการ

ที่เพชรบุรีไม่มีคลองระบายน้ำ และไม่มีประตูควบคุมน้ำ ประตูมันกั้นน้ำทั้งนั้น ก็เลยทำให้วุ่นวาย ไม่ใช่ความผิดของท่านผู้ว่าฯ ซีอีโอ แต่ท่านไม่รู้ ท่านไม่เคยเรียนชลประทาน ท่านไม่เคยเรียน ดูแผนที่ อย่างที่นายกฯ บอกว่ามีวิชาดูแผนที่ ท่านไม่รู้ แต่ท่านเรียนเร็ว ลงท้ายก็เรียบร้อย ก็เชื่อว่าปีหน้าไม่มีน้ำท่วมเพชรบุรี แต่ก็ต้องทำโครงการให้ครบถ้วน แล้วก็ที่นายกฯ พูดถึงโครงการห้วยบุรี ห้วยบุรีทำตั้งนานแล้ว เป็นอ่างเก็บน้ำ ที่เก็บน้ำได้ ๓๒ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ที่นั่นน้ำเยอะ น้ำก็ต้องปล่อยออกมา ก็มาสมทบทำให้ น้ำท่วมด้านประจวบฯ ที่ทำเขื่อนไม่ได้สูง ไม่ได้ใหญ่ เพราะว่าไม่มีเวลา

สมัยที่สร้างนั่น เป็นสมัยมีก่อการร้าย ช่างไม่กล้าจะชักช้าอยู่ที่นั่น มีช่างถูกยิงตายแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุ้มกันก็ถูกระเบิด ก็ไม่ใหญ่พอ แต่ทีหลังก็เข้าไปได้เรียบร้อย คนก็เข้าไป เข้าไปทำมาหากินมากขึ้น เลยลำบากในการที่จะสร้างเพิ่มเติมที่นั่น แล้วมิหนำซ้ำ ยังมีก่อการร้าย ช้าง ช้างก็อยู่ในนั่น มาก่อการร้ายพวกที่เข้าไปอยู่ในนั่น คนที่อยู่ในนั่นก็เคยเป็นก่อการร้าย ก็เท่ากับกรรมสนองกรรม คือ คนที่จะไปทำที่นั่น ไอ้ช้างก่อการร้าย มันมักจะกินสับปะรดของก่อการร้าย ตอนนี้จะทำอย่างไร เราก็ต้องทำโครงการช่วยช้าง เพื่อจะให้ช้างไม่มากินของเกษตรกรในนั่น รู้สึกว่าเกษตรกรก็เชื่อ เพราะรู้ว่าก่อการร้ายเป็นยังไง ก็เลยเป็นอันว่าตกลง ก็ต้องสร้างเขื่อนให้เก็บน้ำดีขึ้น อย่างมากที่สุดก็คือ ๒ เมตรกว่าๆ ก็หวังว่าจะดี ได้น้ำเพิ่มเติม ๙ ล้านลูกบาศก์เมตร นับว่าไม่เลว มันไม่มาก สู้ที่อื่นไม่ได้ ไม่มากแต่ว่าดีกว่าที่ไม่มี

ความจริงควรจะมีอย่างนี้ทั่วตลอด ให้สามารถที่จะเก็บน้ำแล้วก็ป้องกัน ไม่ให้น้ำมาท่วมตอนหน้าฝน หรือมีพายุเข้ามา ไม่ให้น้ำแล้ง ให้มีน้ำใช้สำหรับการกสิกรรมหรือการบริโภค เดี๋ยวนี้ทั่วโลกเขาบ่นว่าขาดน้ำๆ ในระหว่างที่บ่นว่าขาดน้ำๆ มีคนเขาตาย เพราะถูกน้ำท่วม อย่างฝรั่งเศสใต้เดี๋ยวนี้ ตายไปเกือบ ๑๐ คนแล้ว ทำไม เพราะว่าเขาไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำโครงการระบายน้ำ ระบายน้ำที่ถูกต้อง เห็นในแผนที่ เขาก็โชว์มา มันผิด แต่ถ้าแก้ไขลำบาก ลำบากเพราะว่าวิธีที่เขาทำ ถึงเป็นห่วง อย่างกรุงเทพฯ นี่เป็นห่วง ถ้าทำโครงการกั้นน้ำ ไม่ให้ท่วมกรุงเทพฯ อาจจะกำลังสนใจ คันข้างแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดกรุงเทพฯ นี่ ถ้าทำให้สำเร็จให้มีประสิทธิภาพสูงน้ำก็จะท่วม เพราะน้ำจะขึ้นสูงขึ้น เป็นหลักของชลศาสตร์

ถ้าทางระบายน้ำ หรือทางเป็นคลองแม้แต่ท่อ ถ้าแคบทำให้ต้องทำให้สูงขึ้น เพื่อให้น้ำผ่านได้มากขึ้น แต่ที่กรุงเทพฯ นี่ลำบากมาก เพราะว่าน้ำไม่อยู่ใกล้ทะเลขึ้นสูง น้ำทะเลก็ขึ้นสูง มันดุลกัน น้ำก็ท่วมออกมา มันไม่มีที่ มันไม่มีที่ที่จะอยู่ ฉะนั้น ต้องทำโครงการที่จะให้มีที่น้ำมีที่อยู่ ถึงว่ามีโครงการแก้มลิง ซึ่ง ณ ต่างประเทศเดี๋ยวนี้เขาทำโครงการแก้มลิง แม้แต่ผู้ที่เป็นต้นตำรับของโครงการป้องกันน้ำท่วม คือที่นิวออร์ลีน และกองพันทหารช่าง ก็เป็นกองพัน กองพลทหารช่างของอเมริกาที่เขาทำ มีการป้องกันน้ำท่วมที่นิวออร์ลีน ซึ่งนิวออร์ลีน เป็นเมืองที่อยู่ต่ำกว่าระดับทะเล เขาทำเขื่อนสูงเป็นกำแพงตลอดรอบ น้ำทะเลขึ้นมาละก็ไม่เข้า แต่ว่าเขาจะกั้นปิดแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ไม่ได้ เพราะว่าต้องมีทางให้เรือเข้า นี้ก็ถึง กำลังเดือดร้อน เดี๋ยวนี้มิสซิสซิปปี้ก็น้ำมันมากขึ้น เพราะทำไม ฝนตกมากขึ้น และข้างบนเขากั้นไว้หมด กั้นไม่ให้มิสซิสซิปปี้แผ่ออกไป

แต่ก็มีโครงการเหนือนิวออร์ลีน ซึ่งเป็นทางสำหรับระบายออกทะเล ไปลงแก้มลิงยักษ์ของเขา ซึ่งไม่ใช่แก้มลิง ซึ่งเป็นทะเลนั่นเอง แต่ว่าถึงเวลาน้ำลงมาเขาก็ปล่อยข้างๆ ไปข้างๆ ไปทางตะวันออก ถ้าไม่พอเขายังทำการปล่อ%
Thursday, July 8th 2004 - 12:15:56 PM
Name: test
Comments:
Thursday, July 8th 2004 - 12:10:56 PM
Name: ป่าน
Comments:เปลี่ยน mail เป็น kunpanpan@yahoo.com
Thursday, June 24th 2004 - 09:48:04 AM
Name: Ble
Comments:
ที่ Yahoo mail ให้ free 100 Mb. แล้วนะจ๊ะจะบอกให้

Monday, June 21st 2004 - 08:22:36 PM
Name: Bic
Comments:ได้เวลาปิดร้าน หยุดงานไป เกาะกันแล้วเพื่อนเอ๋ยยยยยย
Saturday, June 12th 2004 - 05:44:15 PM
Name: Cha™
Comments:คิดถึงทุกคน นะ
Saturday, June 12th 2004 - 01:11:09 PM
Name: Ble
Comments:
ที่ Cafe' Riche มี กาแฟกาลาโต้ มั๊ยครับ ?

Thursday, June 3rd 2004 - 05:34:13 PM
Name: Cafe' Riche
Comments:
ลองไปดูนะ

Cafe' Riche

Wednesday, June 2nd 2004 - 10:46:04 PM
Name: Cha™
Comments:24-25-26 September 2004
Forever Friends Special Trip for Remember 2004

ต้อนรับการกลับมาของ เพื่อนรักของพวกเรา เอกราช! ขอจัด trip
พิเศษ ย้อนรอยความทรงจำ เพื่อนๆทำตัวให้ว่างด้วยนะครับ ใครที่
ชอบทำตัวไม่ว่าง ก็พยายามแบ่งๆ เวลาให้เพื่อนๆ ที่เหลือหน่อย...
แล้วค่อยคุยกันอีกที!
Monday, May 31st 2004 - 12:55:56 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:
ผี พ่าย หงส์ 0-1
"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ อย่างแน่นอนแล้ว หลังจากพ่าย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คาถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด 0-1 แดนนี่ เมอร์ฟี่ เจ้าเก่ายิงประตูชัย จากจุดโทษ ใน น.63 ของครึ่งหลัง จากจังหวะที่ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ถูก แกรี่ เนวิลล์ รวบล้มลงในเขตโทษ
Sunday, April 25th 2004 - 11:13:52 AM
Name: Bic
Comments:เพื่อนกูหล่อเกินว่ะ.......... ยิ่งถ้าปากคาบบุหรี่ งี้....สุดเจ๋ง.......
Saturday, April 24th 2004 - 09:46:56 PM
Name: wedding
Comments:


Thursday, April 22nd 2004 - 02:51:34 PM
Name: Cha™
Comments:มีความสุขกันมากๆ นะครับ เพื่อนๆ ทุกคน สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ ครอบครัวของทุกคน มีความสุข โดยทั่วกัน ... รวยๆ รวยๆ มั่นคง ๆ นะ
Saturday, April 10th 2004 - 09:46:33 PM
Name: Ble
Comments:
.....

Friday, April 9th 2004 - 02:47:38 PM
Name: Ble
Friday, April 9th 2004 - 02:47:25 PM
Name: Bic
Comments:เหงา เหงา งี่ งี่
Thursday, April 8th 2004 - 07:41:07 AM
Name: Ble
Comments:
ถึงโรงเหล้า เตากลั่น ควันโขมง

Friday, April 2nd 2004 - 01:43:04 PM
Name: Bew
Comments:ฉันนั่งฟังเพื่อนอิดอาดๆอยู่ริมตลิ่ง แปลกใจจริงๆทำไมไม่มาเจอกันครบๆสักที เสาร์นี้บ้านตลิ่งว่างหรือเปล่าเอย เจ้าของบ้านตอบด้วยอ่ะๆๆๆๆ
Friday, April 2nd 2004 - 01:44:21 AM
Name: Cha™
Comments:ฉันนั่งสวดมนต์อยู่ริมตลิ่ง แปลกใจเสียจริง ตลิ่งพัง...ซะงั้น
Thursday, April 1st 2004 - 07:59:00 PM
Name: Ble
Comments:
ไก่จ๋าได้ยินมั๊ยว่าเสียงคราย....

Thursday, April 1st 2004 - 01:48:03 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:ฉันนั่งกินเบียรอยู่นอกชาน แปลกใจจริงมีเครื่องบินบินผ่านไป
Thursday, April 1st 2004 - 10:30:27 AM
Name: Bic
Comments:ฉันนั่งตกปลาอยู่ที่ตลิ่ง แปลกใจฉันจริงปลาดันมากินเหยื่อ
Wednesday, March 31st 2004 - 07:15:36 PM
Name: Cha™
Comments:เอ้า...พักดื่มกาแฟกันก่อนเป็นไร
Tuesday, March 30th 2004 - 08:17:12 PM
Name: Cha™
Comments:
ขอให้เลือกที่จะทำ...ในสิ่งที่อยากทำ เถอะเพื่อน ไม่มีอะไรผิด หรือ
อะไรถูกหรอก มันเป็นความพอใจส่วนตัว ที่ทุกคนยอมรับได้อยู่แล้ว
ไม่ว่าเพื่อนคนไหนจะทำอะไร หรือเป็นอย่างไร ก็ยัง รักกัน เหมือนเดิม
Tuesday, March 30th 2004 - 08:10:35 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:แย่จังมีแต่คนเลิกกินเหล้าแล้วมีเรากินคนเดียว เหงาๆๆๆ แต่ไม่เป็นไรขอให้ทุกคนมีความสุข
Monday, March 29th 2004 - 08:54:19 AM
Name: Bic
Comments:กูไปด้วยยยยยยยย............... ส่งท้ายก่อนไอ้ BLE เปิดซิงดีปะ
Thursday, March 25th 2004 - 07:09:46 PM
Name: Cha™
Comments:เวปหน้าหลัก เปลี่ยนรูปนิดหน่อย หล่อๆ กันทั้งนั้น
Thursday, March 25th 2004 - 01:24:17 PM
Name: Ble
Comments:
นึกว่าจะไม่มีใคร post ซะแล้ว...

Wednesday, March 24th 2004 - 10:17:14 AM
Name: Cha™
Comments:เพื่อนๆ จะไปเที่ยวกันมั้ย ช่วงเมษาฯ น่ะ อาจจะไม่ต้อง สงกรานต์ก็ได้
ลองคิดๆ ดูกันซิ ว่าจะยังไง นะ
Tuesday, March 23rd 2004 - 01:18:12 PM
Name: ZICO-KYW CO.,LTD.
Comments:ขอบใจเพื่อน

จบชีวิตคนกันยงแล้วสินะเรา
ฮ่า.............................สบายใจจังเลย

ชีวิตที่อิสระเสรี(แต่ไม่ไร้การทำงานนะ)

พรุ่งนี้ก็เริ่มชีวิตการทำงานที่ใหม่แล้วเรา(จริงๆ ก็เริ่มมาช่วงหนึ่งแล้วล่ะ)

โชคดี-เจริญรุ่งเรือง-อย่าเจ็บ-อย่าจนก็แล้วกันนะเรา

นายประวีณ คำมุง
ZICO-KYW CO.,LTD.
Monday, March 15th 2004 - 07:09:41 PM
Name: Ble
Comments:
เลี้ยงฉลอง...แต่มารับกูด้วยกูไม่มีรถ 3 อาทิด...
107 อะไรกัน ทิ้งประเด็นอีก...

Monday, March 15th 2004 - 03:08:00 PM
Name: Bic
Comments:วันสุดท้ายแล้วซิไอ้เพื่อนเอ๊ยยยย ร่ำลา และจากกันด้วยดีน่ะโก้ แล้วเจอกานนนนนนนนนน ................107................
Monday, March 15th 2004 - 07:04:37 AM
Name: test
Comments:
Friday, March 12th 2004 - 10:59:06 AM
Name: weezer
Comments:อ้าว...เป็นไงกันบ้าง เพื่อนๆ เงียบหง่าวววว กันจัง เลยนะ...
Wednesday, March 10th 2004 - 07:30:28 PM
Name: ZICO-KYW CO.,LTD.
Comments:คืน เสาร์ 13/03/2004 น่าจะว่างกันที่บ้านตลิ่ง 1 นะ
แล้วเจอกันแล้วกัน
Wednesday, March 10th 2004 - 10:47:19 AM
Name: Ble
Comments:
ใคร post รูปอะไรนิ
ถาม : จะเจอกันครบๆวันไหน?
ตอบ : .....

Tuesday, March 9th 2004 - 01:45:59 PM
Name: ZICO-KYW CO.,LTD.
Comments:คิดถึงทุกคนเลย
Tuesday, March 9th 2004 - 10:28:00 AM
Name: ZICO-KYW CO.,LTD.
Comments:คิดถึงทุกคนเลย
Tuesday, March 9th 2004 - 10:27:44 AM
Name: ttt
Comments:img src=" 2004_0110Image0132">
Monday, March 8th 2004 - 03:16:54 PM
Name: เด็กวังจันทร
Comments:ทำไมมันเหงาไปหมดเลย มันหายไปไหนกันหมด
Monday, March 8th 2004 - 02:58:53 PM
Name: ZICO-KYW CO.,LTD.
Comments:4/3/2004
เดินทางกลับบ้านที่ จ.เพชรบูรณ์
เพื่อ ส่งบิดา-มารดา

5/3/2004
เดินทางไป จ.แพร่
เพื่อ นมัสการพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิด ปีขาล
และทำบุญวันมาฆบูชา

6/3/2004
เดินทางกลับบ้านที่ จ.เพชรบูรณ์
เพื่อพักผ่อนตรวจดูไร่นาสวนผสม (ไร่คำมุง)

7/3/2004
เดินทางกลับ กรุงเทพฯ
เพื่อ..................??????????
Wednesday, March 3rd 2004 - 06:49:27 PM
Name: Ble
Comments:
เฮ๊ย..Bic รูป โค้งๆ มนๆ เกลียวๆ กูหงะ

Tuesday, March 2nd 2004 - 08:41:35 AM
Name: Bic
Comments:โก้ถ้าว่างส่งรูปที่ไปสะแพ๊น สะแพน พระราม 8 ให้ทุกคนดูด้วย บรรยากาศดีโคตร โคตร

อ่าวไอ้ทิด กลับมาทำงานแล้วไม่เห็นเข้ามา post ใน web มั่งอะ
Monday, March 1st 2004 - 07:24:51 PM
Name: นายประวีณ คำมุง
Comments:ง่วงจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
Monday, March 1st 2004 - 10:36:22 AM
Name: Bic
Comments:Happy birthday ย้อนร้อยเว้ย ไอ้เพื่อน น้องจูนด้วย ........มีความสุขหัวปีท้ายปีน่ะ .....

วันเสาร์เข้าไปหาน่ะพี่จ๊ะ ...
Wednesday, February 25th 2004 - 07:01:07 AM
Name: ประวีณ คำมุง ZICO-AIA CO.,LTD.
Comments:และในวันนี้ก็เช่นกัน ก็เป็นวันคล้ายวันเกิด ครบรอบของเพื่อนและน้องเราด้วยเหมือนกัน คือ

นายเบิ้ล ทศพร ปรัชญารัตนเมธี
กับ นางสาวจูน สิริวิมล ตันติถนอมวงศ์

ก็เลยถือโอกาสอวยพรพร้อมกันเลยแล้วกัน

" คิดสิ่งใด้ก็ขอให้สมดังปรารถนานะ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสกลโลกทุกที่จงปกปักรักษาสุขภาพเนื้อตัวของทั้งสองนี้ด้วย จงพบแต่สิ่งดีดี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง ใครที่จะแต่งงานก็ให้ได้แต่งไวไว กินอยู่ครองคู่กันให้ถือไม้เท้ายอดทองกะบองยอดเพชร ส่วนใครที่แต่งไปแล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง มีลูกหัวปีท้ายปีไปเลยนะ "

555555555555555555555555
555555555555555555555555
555555555555555555555555
555555555555555555555555
555555555555555555555555

ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ


ขอให้ร่ำ
ขอให้รวย
ขอให้อย่าสวย
ให้สวยให้หล่อ

คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
คิดเงินให้ได้เงิน คิดทองให้ได้ทอง
Tuesday, February 24th 2004 - 11:14:38 AM
Name: นายประวีณ คำมุง
Comments:ขออวยพรให้มั่นคงเจริญก้าวหน้า ยืนตระหง่านคู่วัดตลอดไป
ในวาระดิถีวันคล้ายวันเกิดของโรงเรียนวัดบวรนิเวศ
เวียนมาบรรจบครบรอบในปี พ.ศ. 2547 เป็นปีที่เท่าไหร่แล้วล่ะ ประมาณ 110 หรือ 111 ในเมื่อวานนี้

ขออรรถนาสิ่งศักดิ์สิทธิในสกลโกลทุกที่อวยพรให้โรงเรียนได้อยู่คู่โลกตลอดไป และให้ลูกศิษย์เก่าและใหม่ทุกรุ่นทุกคนพบกับความเจริญรุ่งเรืองทำการงานใดใด ก็ประสบความสำเร็จทุกประการ เทอญ
Tuesday, February 24th 2004 - 10:58:08 AM
Name: นายประวีณ คำมุง
Comments:สาธุ.....................(กราบ)

งั้นขอบอกบุญให้กับทุกคนก่อนแล้วกัน
วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2547
8.30 น. - 12.00 น. ศกนี้

เพื่อนๆ ท่านใดว่างก็ขอเชิญไปฟังธรรมกับโก้ด้วยนะ
ที่ไบเทคฯ บางนา
ใครไปบ้างก็โทรมาลงชื่อด้วยก็แล้วกันนะครับ
Friday, February 20th 2004 - 03:00:45 PM
Name: BIC
Comments:พร้อมแล้วบอกน่ะเพื่อนเอ๊ย งั้น แยกย้ายกันไปก่อนล่ะกันน่ะเพื่อน ๆ เอยยยยยย......
Thursday, February 19th 2004 - 09:08:19 PM
Name: "ปญญาธโร"™
Comments:นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง
"สะระณะ อื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นสะระณะ
อันประเสริญของข้าพเจ้า"

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
"สะระณะ อื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเจ้าเป็นสะระณะ
อันประเสริญของข้าพเจ้า"

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง
"สะระณะ อื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสะระณะ
อันประเสริญของข้าพเจ้า"

แบ่งบุญให้ทุกๆ คนนะครับ ขอให้เข้าถึงพระนิพพานกันโดยเร็ว เถิด

สุดสัปดาห์นี้ ขอโทษด้วยที่ไม่มีเวลาให้ อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อีกสักพัก หวังว่า เพื่อนๆ คงเข้าใจ ไม่ต้องโทรมานะ ชาไม่อยู่บ้าน และไม่รับสาย ใดๆ ทั้งสิ้น...ขอไปเฝ้าดูจิตของตัวเอง เงียบๆ สักระยะ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่แล้วจะโทรไปหาเอง, ขอบคุณ (ล่วงหน้า) ที่เข้าใจ

รัก...เพื่อน...ทุกคน...เหมือนพี่น้อง
Thursday, February 19th 2004 - 03:26:02 PM
Name: Ble
Comments:
วันไหน ที่ใด ยังงัย ทิด!!?

Thursday, February 19th 2004 - 10:30:06 AM
Name: Ble
Comments:
วันไหน ที่ใด ยังงัย ทิด!!?

Thursday, February 19th 2004 - 10:18:15 AM
Name: Bic
Comments:เอออ ..... โก้และทุกคน เสาร์นี้เจอกันบ้างดีไหม คิดถึงพวกมึงว่ะ...

ทิดชา กะ ทิดน้อย ด้วยน่ะ............
Wednesday, February 18th 2004 - 07:28:51 PM
Name: นายประวีณ คำมุง
Comments:ไม่เห็นค่อยมีใครเข้ามาบ้างเลยว่ะ
สงสัยต้องปิด web แล้วมั๊งเนี๊ยะ

ปวดกะบาลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
Wednesday, February 18th 2004 - 04:29:11 PM
Name: นายประวีณ คำมุง
Comments:เย็นนี้ไปนวดดีก่า.............
Wednesday, February 18th 2004 - 04:28:14 PM
[ Write Message | Back to Forever Friends ]

This Dreambook brought to you by
DreamHost Web Hosting